Posted by  worldwantswandering@gmail.com   in  ,      2 years ago     6384 Views     Leave your thoughts  
“เบตง” ยังคง “โอเค” บันทึกการเดินทาง 4 วันในเมืองที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย

“เบตง” ยังคง “โอเค”
บันทึกการเดินทาง 4 วันในเมืองที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย

     “เบตง” พูดชื่อนี้ขึ้นมา ใคร ๆ หลายคงนึกถึงเมืองในหุบเขา ไก่ตอนแสนอร่อย หรือเมืองใต้สุดแดนสยาม ผมก็เช่นเดียวกัน นึกอยากจะมาหลายครั้งต่อหลายครั้ง แผนการเดินทางก็ต้องเป็นหมันอยู่ทุกครั้งเมื่อเปิดจอโทรทัศน์หรืออ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เราเห็นจากสื่อเหล่านี้ ล้วนทำให้ความคิดจะมาเยือนเป็นอันต้องมลายหายไปทุกที ครั้งนี้ผมจึงเตรียมข้อมูลอยู่นานเพื่อจะวางแผนการเดินทางให้ปลอดภัยที่สุด วันนี้ผมจะพาไปพิสูจน์ว่า “เบตง” ยังคง “โอเค” อยู่เสมอครับ

บรรยากาศเหนือเขื่อนบางลาง

บรรยากาศเหนือเขื่อนบางลาง

จุดเริ่มต้นในการเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นที่อำเภอหาดใหญ่ ผมเริ่มขับรถออกตั้งแต่ตอนเช้า ตลอดระยะทางที่อยู่ในจังหวัดสงขลาบรรยากาศก็เหมือนทั่วๆไป แต่พอเริ่มเข้าสู่เขตจังหวัดยะลา บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ฐานที่มั่นของทหาร จุดตรวจตามถนนเริ่มมีให้เห็นเป็นระยะ

ความรู้สึกในใจเริ่มกังวลเล็กน้อย แต่เมื่อมองสีหน้าเพื่อนร่วมถนนที่เป็นคนท้องถิ่นแล้วดูเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเขาคงจะคุ้นกับบรรยากาศเหล่านี้จนชินแล้วสินะ ผมคิดในใจ

ผมขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 410 ที่เริ่มต้นจากอำเภอเมืองยะลาวิ่งผ่านอำเภอบันนังสตา เขาถึงหลักกิโลเมตรที่ 46 หลบเข้าไปจากทางสายหลักประมาณ 10 กิโลเมตร เราจะมาเจอสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็น “ดินแดนที่ถูกลืมจากคนภายนอก” (แต่ไม่ใช่สำหรับคนภายใน) นั่นคือ “เขื่อนบางลาง” นั่นเองครับ

ล่องเรือ กินลม ชมเล สูดโอโซน กันที่ผืนป่าดิบชื้นที่บริสุทธิ์ที่สุดในภาคใต้ของเรา

ล่องเรือ กินลม ชมเล สูดโอโซน กันที่ผืนป่าดิบชื้นที่บริสุทธิ์ที่สุดในภาคใต้ของเรา

ที่เขื่อนแห่งนี้มีจุดชมวิวเหนือเขื่อน ทำไว้ดีถึงดีมากจริง ๆ ครับ สภาพการดูแลก็ยังถือว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก ไม่แพ้เขื่อนรัชชประภาหรือเขื่อนเชี่ยวหลานอันโด่งดังเลยครับ แต่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนที่แห่งนี้น้อยมาก ๆจากจุดชมวิวตรงนี้จะเห็น ภาพสันเขื่อนบางลางอยู่เป็นฉากหน้า มีแนวเทือกเขา ”สันกาลาคีรี” และภาพความอุดมสมบูรณ์ของ “ป่าบาลาฮารา” เป็นฉากหลัง

หลังจากที่สูดอากาศกันจนชุ่มปอด ผมเดินทางออกจากเขื่อนบางลางนี้วิ่งลงใต้ไปตามถนนเส้นทาง 410 อีกประมาณ 90 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดหมายปลายทางของเราที่ “เบตง” ถนนหนทางช่วงถัดจากนี้ไปจะคดเคี้ยวดั่งงูเลื้อยกับโค้งไปมานับร้อย ๆ โค้ง

เมื่อเข้าสู่เขตอำเภอธารโต ถนนช่วงนี้จะสวยที่สุดครับ วิ่งเลียบทะเลสาบเหนือเขื่อนบางลางไปเรื่อย ฉากหลังไกล ๆ นั่นก็ยังคงเป็นผืนป่าอันยิ่งใหญ่ “ป่าบาลาฮาลา” มีความสำคัญในฐานะเป็นแหล่งรวมพันธุกรรมระบบนิเวศน์ที่ยังคงสมบูรณ์อยู่มาก เป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำสายสำคัญ 3 สาย คือ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำโกลก หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

เบตงยังคงโอเคอยู่

เบตงยังคงโอเคอยู่

“โอเค เบตง” เบตง…เธอยังโอเคอยู่ไหม ผมถามในใจ การขับรถตลอดทางที่ผ่านมา มีรถของชาวบ้านท้องถิ่นวิ่งผ่านไปสวนกันตลอดเวลา มีด่านตรวจของทหารตั้งอยู่เป็นระยะตามอำเภอต่างๆ แต่ทุกอย่างก็ ในที่สุดผมก็เดินทางมาจนถึงเบตงจนได้

ป้ายทะเบียนอำเภอ "เบตง"

ป้ายทะเบียนอำเภอ “เบตง”

เอกลักษณ์อย่างแรกของเบตงที่เห็นได้อย่างแรกเลย คือ เป็นอำเภอเดียวในประเทศไทยที่มีป้ายทะเบียนรถยนต์เป็นของตัวเอง เนื่องด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ไกลจากอำเภอเมืองมากนั่นเอง การจะให้ชาวบ้านไปติดต่อราชการที่จังหวัดเป็นเรื่องลำบากมากในอดีต เขาจึงต้องแยกเบตงออกมาเป็นอำเภอพิเศษไป

 ใต้สุดแดนสยาม อยู่ที่เบตงเองครับ

ใต้สุดแดนสยาม อยู่ที่เบตงเองครับ

ทันที่ผมมาถึงผมก็เดินทางต่อไปยังจุดที่เรียกว่าอยู่ใต้ที่สุดของประเทศไทย “ป้ายใต้สุดแดนสยาม” ตั้งอยู่บริเวณชายแดนปลายสุดถนนทางหลวงหมายเลข 410 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นแนวเขตแดนระหว่างอำเภอเบตง กับรัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย ที่นี่คือหมุดแผ่นดินอันสุดท้ายที่อยู่ใต้ที่สุดของประเทศไทยครับ

เบตงเมื่อมองจากฟากฟ้า

เบตงเมื่อมองจากฟากฟ้า

ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์นี่เอง ที่ทุก ๆ ด้านถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาและป่าดงดิบผืนใหญ่ การเดินทางนอกจากถนนเส้นหลักแล้วทำได้ลำบากมาก จึงทำให้ปัญหาความขัดแย้งจากภายนอกไม่สามารถแทรกซึมเข้ามาในพื้นของเขตเมือง เบตงได้

อีกทั้ง “เบตง” เป็นเมืองที่เป็นสังคมพหุวัฒนธรรมที่ชัดเจนมาก ๆ คนไทย คนจีน คนมุสลิม คนมลายู ทุกๆ คนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของที่นี่ยังคงทำให้เบตงมีสันติสุขอยู่จนถึงทุกวันนี้

โรงเรียนจงฝามูลนิธิมีอาคารที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

โรงเรียนจงฝามูลนิธิมีอาคารที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

เบตงยังแตกต่างจากเมืองอื่นๆในภาคใต้ตรงที่มีประชากรคนไทยเชื้อสายจีนเป็นกลุ่มประชากรหลัก จะเห็นได้จาก “โรงเรียนจงฝามูลนิธิ” โรงเรียนที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ก่อตั้งโดยคนจีนที่มาตั้งรากปักฐานที่นี่ คอยผลิตคนเบตงคุณภาพจากรุ่นสู่รุ่น เป็นรากฐานที่มั่นคงให้แก่เมืองนี้มาตลอด ผมลองถามดูแล้วถ้าเป็นคนเบตงแท้ๆปัจจุบันจะเรียนจบจากที่นี่เกินครึ่งทีเดียวเลยครับ อีกทั้งที่นี่ยังสอนระบบสามภาษานะครับ คือ ไทย อังกฤษ และจีนอีกด้วย

พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ

พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ

มีความโดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเชิงเขา

มีความโดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเชิงเขา

ถัดจากโรงเรียนจงฝาไปไม่ไกลก็จะพบกับ “วัดพุทธาธิวาส” หรือวัดเบตง ที่นี่มีองค์มหาธาตุเจดีย์ที่ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอยู่ครับ พระธาตุนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัยประยุกต์ขนาดความสูงเท่ากับตึก 13 ชั้น สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

อีกทั้งด้วยความที่วัดมีที่ตั้งทำเลอยู่บนเนินเขา ทำให้ทุกอย่างถูกสร้างอย่างลดหลั่นกันมา ทำให้วัดนี้มีความโดดเด่นไม่เหมือนวัดแห่งอื่นๆ

สนามกีฬาประจำเมืองที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทย

สนามกีฬาประจำเมืองที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทย

เบตงยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ คือ “ศูนย์กีฬากลางหุบเขาและสวนสุดสยาม” เขามาทำสวนสาธารณะและสนามกีฬาทุกอย่างไว้ที่เดียวกันกลางหุบเขาเลยนี่แหละ ครับ คนที่นี่ก็จะใช้สถานที่เหล่านี้แหละครับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจหลังจากทำงาน มาทั้งวัน

คงมีแค่ไม่กี่เมืองในประเทศไทยที่สามารถสัมผัสความสบายในชีวิตได้ในทุก ๆ วินาทีของการดำเนินชีวิต ไม่มีรถติด ไปไหนมาไหนกำหนดเวลาได้แน่นอน และยังได้ออกกำลังกายเพิ่มพลังชีวิตแบบนี้ทุกวันอีกด้วย

นอกจากในเมืองแล้ว สถานที่รอบนอกก็มีความน่าสนใจมากไม่แพ้กันครับ แต่เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เป็นภูเขาหมด

ต้องขับรถกันดี ๆ โค้งหักศอกจะมีเป็นระยะ เจ้าของโรงแรมที่ผมไปพักแนะนำผมไว้แบบนี้

“อุโมงค์ปิยะมิตร” เป็นเครือข่ายระบบอุโมงค์ใต้ดินที่พรรคคอมมิวนิสต์มลายา ใช้เป็นที่ซ่อนกำลังและทำสงครามจรยุทธ์กับทางรัฐบาลในสมัยนั้น โดยอุโมงค์ด้านในเปิดให้เข้าชมและเดินดูได้ มีทางเข้าออกเชื่อมถึงกันถึง 9 ด้าน ระหว่างทางจะมีป้ายกำกับเป็นระยะว่าห้องที่เราอยู่คือห้องไหน ห้องนอน ห้องครัว ห้องเก็บเสบียง ห้องบัญชาการ ดูให้รู้ว่าคนสมัยก่อนนี้อุดมการณ์ในความคิดเขาทำให้เขายอมทนลำบากได้ขนาดไหน

บรรยากาศภายในอุโมงค์ปิยะมิตร

บรรยากาศภายในอุโมงค์ปิยะมิตร

นอกจากอุโมงค์แล้วก็ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่เก็บสิ่งของเครื่องใช้ในสมัยนั้น เช่นเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างสะท้อนให้เห็นถึงความลำบากของการใช้ชีวิตในเวลานั้นมากพอสมควรเลยครับ

“สวนหมื่นบุปผา” หรือสวนดอกไม้เมืองหนาว ด้วยระดับความสูงจากน้ำทะเลเกือบพันเมตร ทำให้สภาพอากาศเย็นพอที่จะให้ดอกไม้เหล่านี้ได้มีโอกาสออกดอกออกผลให้เราได้เชยชมครับ อีกทั้งยังเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้อีกด้วย สวนที่นี่ได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพที่ยังสมบูรณ์อยู่มากครับ แต่นักท่องเที่ยวน้อยถึงน้อยมาก นอกจากคนไทยท้องถิ่นที่เห็นไม่กี่คนแล้ว ก็เป็นนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียที่มาเที่ยวบ้านเรานี่แหละ

ดอกไม้ที่ภาคเหนือมีอะไร ที่นี่ก็มีอย่างเดียวกัน ไฮเดรนเยีย เยอบีร่า และอื่นๆอีกมากมาย ชนิดที่ไม่ต้องไปถึงดอยภาคเหนือก็ได้เลยครับ

ถึงอยู่ภาคใต้ก็มีดอกไม้เมืองหนาวให้ดู

ถึงอยู่ภาคใต้ก็มีดอกไม้เมืองหนาวให้ดู

นอกจากสวนดอกไม้แล้วทางรัฐบาลยังสร้างหมู่บ้านให้อดีตครอบครัวผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยเป็นผู้ดูแลสวนและสร้างอาชีพให้คนแถวนี้ครับ ดังนั้น คนที่นี่ก็คืออดีตคนจีนเก่านั่นเอง พูดได้ทั้งไทยและจีน แต่ดูเหมือนว่าพูดจีนจะชัดกว่าพูดไทยซะอีกครับ โดยพวกเขายังทำรีสอร์ทที่พักไว้ให้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ยามบ่าย ๆ เมื่อแสงแดดเริ่มลดอุณหภูมิตัวเองลง ผมกลับมายังเมืองอีกครั้งแต่ระหว่างทางจะผ่านสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ต้องมาเยือนคือ

“บ่อน้ำร้อนเบตง” สถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนเมืองที่มาผ่อนคลายกันหลังเมื่อยล้า จากการทำงานมาทั้งวัน

ทั้งลูกเด็กเล็กแดง ลุงป้า น้าอา มาโดยพร้อมเพรียงกัน การมาแช่น้ำร้อน ๆ ในวันสบาย ๆ น่าจะมีความสุขไม่เบา พื้นที่ริมบ่อชาวบ้านต่างมาจับจองปูเสื่อ นอนเอกเขนก หรือมาจู๋จี๋กันตามประสาหนุ่มสาว

บรรยากาศสบาย ๆ ที่พบเห็นได้ในทุก ๆ วัน

บรรยากาศสบาย ๆ ที่พบเห็นได้ในทุก ๆ วัน

กลับมาที่เมืองกันอีกครั้ง ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่เป็นเวลา 3 วัน ความปลอดภัยยังคงสัมผัสได้ทุกตารางนิ้วในเบตง

คนเบตงทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “เบตงปลอดภัย” ด้วยจากหลากหลายเหตุผล

เรื่องราวระหว่างทางอาจมีความหมายกว่าจุดหมายปลายทาง การเดินทางครั้งนี้บอกผมเช่นนั้น เบตงมีความหมายในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่ระหว่างทางก่อนมาถึงเบตงนี่แหละครับ คือ สิ่งที่ผมอยากมาเห็นมากกว่าซะอีก

หอนาฬิกาประจำเมืองที่มักจะมีนกนางแอ่นอพยพมาจากไซบีเรียอยู่เป็นประจำ

หอนาฬิกาประจำเมืองที่มักจะมีนกนางแอ่นอพยพมาจากไซบีเรียอยู่เป็นประจำ

เราทุกคนโดนสปอยจากข่าวที่ออกทางสื่อกระแสหลักทุก ๆ วัน จนภาพที่สร้างขึ้นมันดูน่ากลัว แต่เมื่อได้มาเห็นด้วยตาตนเองแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด ความสวยงามระหว่างทางยังมีให้เห็น ธรรมชาติต่าง ๆ ยังคงได้รับการปกป้องไว้อย่างดี ผมไม่ได้การันตีว่าพื้นที่ตรงนี้ปลอดภัย 100% แต่กำลังบอกว่า “มันเดินทางได้” ครับ เพราะคนท้องถิ่นก็ใช้เส้นทางเหล่านี้อยู่เป็นประจำ เพียงแต่เราต้องเตรียมตัว เตรียมพร้อม และเตรียมข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส 3 จังหวัดนี้มีพื้นที่รวมกันกว่าหมื่นตารางกิโลเมตร แต่เวลามีข่าวอะไรเกิดขึ้นที่หมู่บ้านไหน คนที่รับข่าวจากสื่อกระแสหลักก็มักที่จะเหมารวมถึงพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ด้วยไปกันทั้งหมด

แล้วไปเที่ยว “เบตง” กันนะครับ ไปให้รู้ว่าความจริงเหมือนกับคำขวัญประจำเมืองหรือเปล่า “เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน”

ผมกำลังยืนอยู่ที่หน้าอุโมงค์เบตง

ผมกำลังยืนอยู่ที่หน้าอุโมงค์เบตง

“เบตง” ยังคง “โอเค” อยู่จริง ๆ ใช่ไหมครับ

ที่หลับที่นอน

  • Grand Mandarin Betong Hotel โรงแรมที่หรูที่สุดของเมือง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบทุกด้าน เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งเดียวของเมืองนี้ ราคาของห้องพักเริ่มต้นที่ 1,400 บาท/คืน
  • สวนดอกไม้เมืองหนาว จะมีห้องพักในลักษณะของรีสอร์ทคอยให้บริการอยู่ นอนที่นี่เหมือนนอนอยู่ที่ยอดดอยทางภาคเหนือครับ อากาศเย็นสบายเกือบจะตลอดทั้งปี
สภาพภูมิทัศน์ของโรงแรมแกรนด์ แมนดาริน เบตง

สภาพภูมิทัศน์ของโรงแรมแกรนด์ แมนดาริน เบตง

สุดยอดความอร่อยที่ห้ามพลาด

  • เคาหยก เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงของเบตง ทำจากเนื้อหมู 3 ชั้นมาคลุมเคล้ากับเผือก ถือเป็นอาหารขึ้นชื่อที่ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด
  • ปลาจีนนึ่งบ๊วย ปลาจีนจะติดใจในรสหวาน และความนุ่มอร่อยของเนื้อปลาจีน โดยเฉพาะปลาจีนนึ่งเป็นอาหารชั้นหนึ่งจองภัตตาคารใหญ่ ๆ ในอำเภอเบตง
  • ไก่สับเบตง เป็นอาหารที่เลิศรสและขึ้นชื่อที่สุดของเบตง เป็นเมนูเด็ดที่ห้ามพลาด โดยไก่เบตงเป็นไก่ที่เลี้ยงเฉพาะท้องถิ่นเบตง เนื้อจะหวานนุ่ม ไม่เปื่อยยุ่ยเหมือนไก่ทั่วไป
ไก่สับเบตงร้านดังแห่งเบตง

ไก่สับเบตงร้านดังแห่งเบตง

บะหมี่เบตง

บะหมี่เบตง

  • ผัดผักน้ำ ผักน้ำเป็นผักที่ขึ้นชื่อของชาวเบตงนิยมเอามาทำอาหาร โดยเฉพาะเอามาผัดกับน้ำมันหอยหรือทำแกงจืดครับ
  • กบภูเขา เป็นกบที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ตัวใหญ่ น้ำหนักอยู่ที่ 5-1.0 กิโลกรัมต่อตัว ชาวเบตงนิยมใช้เนื้อกบแทนเนื้อหมูใส่ในโจ๊ก หรือที่เรียกว่า “โจ๊กกบ” ส่วนเรื่องรสชาติอร่อยเกินบรรยายเลยครับ
  • หมี่เบตง และซีอิ๊วเบตง มีคุณสมบัติพิเศษ คือเส้นเหนียวนุ่ม เมื่อนำไปผัดเส้นจะไม่ขาด ทำให้ผู้ที่ได้รับประทานติดใจในความเหนียวนุ่มของเส้นหมี่สำหรับร้านที่แนะนำคือ “ต้าเหยิน” เป็นร้านที่เปิดมาอย่างยาวนานและดั้งเดิม ทุกคนที่มาเที่ยวเบตงอย่างน้อยต้องมาลิ้มรสอาหารที่นี่สักหนึ่งมื้อ มีอาหารของชาวเบตงครบเกือบจะทุกอย่าง

ไก่สับเบตง ผัดผักน้ำ เคาหยก โจ๊กกบ หมี่เบตง เป็นอาหารที่ทุกคนต้องมาลิ้มลองซักครั้งหนึ่งที่ชีวิตยังมีลมหายใจ

การเดินทางไปอำเภอเบตง

  • รถยนต์ : สามารถขับได้ 2 ทางคือ โดยจุดเริ่มต้นอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลานะครับ
    • เส้นทางที่หนึ่งมุ่งหน้าสู่ด่านชายแดน อำเภอนาทวีหรือสะเดา จังหวัดสงขลา ออกไปสู่ ประเทศมาเลเซีย และมุ่งหน้าเข้าสู่ด่านชายแดนเบตง เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่สะดวกเนื่องจากมีระยะทางที่สั้นกว่าการเดินทางในประเทศ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเนื่องจากไม่ต้องผ่านเขตแดน 3 จังหวัดเลย แต่เส้นทางนี้ต้องใช้ หนังสือเดินทาง (Passport) และจำเป็นต้องมีใบขับขี่สากล (International driving license)
    • เส้นทางที่สองใช้ทางหลวงหมายเลข 410 ออกจากอำเภอเมืองยะลา ระยะทาง 140 กิโลเมตร  ถนนจะวิ่งลัดเลาะไปตามทางที่คดโค้งตามภูเขา
  • รถโดยสาร : วิธีที่สะดวกและให้ความรู้สึกปลอดภัยมากที่สุดคือการนั่งรถตู้จากที่ บขส.หาดใหญ่ โดยรถจะวิ่งอ้อมทางประเทศมาเลเซียก่อนจะวกกลับเข้าประเทศไทยที่ด่านอำเภอเบตงอีกครั้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
  • เครื่องบิน : ไม่มีสนามบินที่เบตง สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แล้วจึงเช่ารถยนต์ขับมาหรือใช้รถโดยสารสาธารณะจากที่นั่นครับ

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นบันทึกการเดินทางของผู้เขียนที่เดินทางไปยังอำเภอเบตงในช่วงระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน พ.ศ.2557

Comments

comments

No Comments

No comments yet. You should be kind and add one!

Leave a Reply

You can use these tags:   <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>