Posted by  worldwantswandering@gmail.com   in  , , ,      2 years ago     29147 Views     Leave your thoughts  

Great Wall of China

พูดถึงประเทศ “จีน” แล้ว คงไม่มีคนไทยคนไหนที่ไม่รู้จัก คนบ้านเราไปเที่ยวบ้านเขาพอๆกับที่คนบ้านเขามาเที่ยวบ้านเรา ถ้าคนไทยจะไปเที่ยวเมืองจีนกับทัวร์คงไม่มีอะไรยากเพราะอะไรที่ยากๆทัวร์ก็จัดการให้เราหมดแล้ว หรือถ้าไปเที่ยวเองด้านทางภาคตะวันออกเช่น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซินเจิ้น ก็ไม่ยากมากเพราะมีคนจีนที่สามารถพูดภาษาอังกฤษคอยช่วยเราอยู่เสมอ แล้วถ้าเราไปด้านภาคตะวันตกของประเทศเช่น มณฑลซินเจียง, มณฑลกานซู, มณฑลชิงไห่ ละครับ การซื้อซิมโทรศัพท์มือถือนี่คือการผจญภัยเล็กๆเลยละครับ

ปัจจุบันนี้อินเตอร์เน็ตมีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้เราเที่ยวได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแผนที่ หาที่กิน หาที่เที่ยว หรือหาที่พัก ดังนั้นปัจจุบันถ้าไปเที่ยวแล้วขาดอินเตอร์เน็ตนี่อย่างกับขาดใจเลยครับ

ดังนั้นโจทย์ของผมก่อนเดินทางก็คือ ตอนที่ไปเมืองจีนจะเอามือถือไปเล่นอินเตอร์เน็ตที่นั่น จะซื้อซิมที่นั่นหรือจะซื้อโปรโรมมิ่งไปดี เพราะแต่ละอย่างก็มีข้อดีและข้อเสียที่ไม่เหมือนกัน

บทความนี้จะพูดถึง “จีนแผ่นดินใหญ่” เท่านั้น ไม่รวมถึงมาเก๊าหรือฮ่องกงนะครับ มาเริ่มต้นกันเลยดีกว่าครับ

จะขอแยกเป็น 2 ส่วนนะครับ คือ 

1.การซื้อ Unlimited data roaming ไปใช้

2.การซื้อ Local sim ใช้

3.สรุปข้อดี-ข้อเสีย ของทั้ง 2 แบบ


Unlimited data roaming

ปัจจุบันมีเพียงแค่ 3 เครือข่ายในเมืองไทยเท่านั้นครับที่มีบริการ Unlimited data roaming ในประเทศจีนทั้งประเทศ ซึ่งก็คือ AIS, DTAC และ True ซึ่งแต่ละบริษัทก็จะมีความแตกต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อย

ais

  • มีแพ็กเกจใช้เน็ตได้ไม่จำกัดปริมาณ data ในระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ในเมืองจีน

ais2

  • ใช้ได้กับทั้งเครือข่าย China Mobile และ China Unicom
  • สำหรับตัวผมเองได้มีประสบการณ์เมื่อเอามือถือจากเมืองไทยที่รองรับ 3G 2100 Mhz ไป (Samsung Galaxy Note 8.0 และ IPhone 5 จะสามารถเลือกเครือข่ายที่ต้องการได้ไม่ว่าจะเป็น China Unicom (เอาไว้เล่นเน็ต) หรือ China Mobile (เอาไว้โทรศัพท์) และยังสามารถ “สลับไปมา” ได้ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในแพ็กเกจครับAIS worry free
  • “ใช้ AIS Roaming ไม่ต้องห่วงเน็ตรั่ว เพราะมีบริการแจ้งเตือน และสามารถเช็คปริมาณการใช้งาน data คงเหลือผ่าน AIS Roaming App ได้”

Worry free

  • เมื่อใช้ครบตามกำหนดระยะเวลาที่สมัครไว้ ก็จะถูกตัดไปโดยทันทีแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องพะวงเรื่อง bill shock แต่อย่างใดครับ

true-logo

มีแพ็กเกจใช้เน็ตได้ไม่จำกัดปริมาณ data เช่นเดียวกันครับ

true2 true

  • แต่สำหรับประเทศ “จีน” จะรองรับสัญญาณเพียงของ “China Mobile” เท่านั้น ซึ่ง “ไม่สามารถ” นำมือถือจากเมืองไทยไปเล่นอินเตอร์เน็ต 3G ที่เมืองจีนได้ (จะได้เป็น Edge แทนนะครับ)

198002

  • ราคาค่าใช้จ่ายแพงกว่าของทาง AIS เล็กน้อยครับ

Dtac

  • รองรับสัญญาณของเครือข่าย China Mobile และ China Unicom เหมือนกับของทาง AIS

การใช้งานของ AIS unlimited data roaming ในเมืองจีน

  • ผมได้ใช้บริการตัวนี้ใน 5 วันแรกที่มาถึงเมืองจีนตลอดเวลาที่อยู่ในมณฑลซินเจียง สัญญาณดีมากครับ (ใช้เครือข่ายของ China Unicom) 3G มีตลอดทาง จะหายไปบ้างก็ช่วงเวลาที่อยู่กลางทะเลทรายครับ
  • ผมลองทุกอย่างตั้งแต่เล่นไฟล์วีดีโอ HD ของ Youtube ดูฟุตบอล streaming ผ่านอินเตอร์เน็ตแบบไม่สะดุดใจ)
  • ถ้าไปกันเป็นแก๊งค์ เช่น 3-4 คนขึ้นไป การเปิด wifi-hotspot อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีในการแชร์อินเตอร์เน็ตแบบไม่จำกัดให้เพื่อนได้

facebook-twitter-youtube-GMAIL

  • เราสามารถเล่น “Facebook, Twitter, Gmail, LINE” แบบ 100% และอื่นๆอีกมากมายที่ถูกบล็อกจากทางรัฐบาลได้ครับ (อันนี้จากประสบการณ์การใช้ตลอด 5 วัน) ซึ่งถ้าซื้อซิมแบบปกติต้องใช้ VPN (Virtual private network) ซึ่งต้องเสียเงินเพิ่มอีกถึงจะสามารถใช้งานได้ครับ (แบบฟรีก็มีแต่ไม่เสถียร)
  • Instagrams ไม่ถูกบล็อกนะครับ ซิมธรรมดาในเมืองจีนก็สามารถเล่นได้อย่างสบาย

การซื้อ Local sim จะถูกบล็อค Facebook, Twitter, Google แต่ถ้าใช้โรมมิ่งมาก็สบายบรื๊อออ เล่นได้หายห่วง


แต่ถ้าเราไม่อยากที่จะใช้โรมมิ่งละ

ลองมาดูอีกทางเลือกหนึ่งกันครับ ซึ่งก็คือการซื้อซิมจีนเอาที่ประเทศจีนนั่นเอง

เครือข่ายมือถือในประเทศจีน มีทั้งหมดแค่ 3 เครือข่ายเท่านั้น และรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดซะด้วยครับ ขอไล่ลำดับตามความใหญ่แบบนี้ละกันนะครับ

  1. China Mobile ใหญ่สุด มีคนใช้ 700-800 ล้านคน มีเครือข่ายที่ครอบคลุมมากที่สุดของประเทศ
  2. China Unicom พี่รอง มีคนใช้ราวๆ 300-400 ล้านคน
  3. China Telecom น้องเล็ก มีคนใช้ราวๆ 150-250 ล้านคน (ถึงจะเล็กที่สุด แต่คนใช้รวมกันยังมากกว่าคนอเมริกันทั้งประเทศรวมกันเสียอีก)

ทีนี้สำหรับ “นักท่องเที่ยวไทย” (ย้ำว่านักท่องเที่ยวนะครับ) ที่นำมือถือมาจากเมืองไทยเพื่อจะมาใช้ในเมืองจีนนั้น จะใช้เครือข่ายไหนดี

คำตอบคือ ถ้าต้องการเอามาเพื่อใช้งาน “data” (3g,internet) เป็นหลัก คำตอบนั้นคือ  “China Unicom” ครับ แต่ถ้าเอามาเพื่อใช้ “โทรศัพท์” ติดต่องานเป็นหลัก คำตอบจะเปลี่ยนเป็น China Mobile ที่มีสัญญาณครอบคลุมมากกว่าแทน

ส่วนเหตุผลว่า “ทำไม” ที่ “China Unicom” เป็นที่หนึ่งในใจ คือ

Compare

อันนี้เป็นตารางสรุปเรื่องคลื่นความถี่ของค่ายมือถือต่างๆนะครับ ดูที่ China Unicom ตัวเดียวเท่านั้นพอ ผมสรุปให้ (เน้น 3G เป็นหลัก เพราะคิดว่าเอามาใช้ data เป็นหลัก)

  1. เป็นเครือข่ายเดียวที่รองรับ 3G ที่ 2100 Mhz ซึ่งเป็นมาตรฐานมือถือในเมืองไทย
  2. เครือข่ายอื่นรองรับ 3G ที่ความถี่ประหลาดๆ (เมื่อเทียบกับไทย) คือ TD-SCMA, EVDO ซึ่งมือถือบ้านเราไม่รู้จัก

มือถือในเมืองไทยส่วนใหญ่ 99.99% เป็น 3G 2100 Mhz หมดครับ (เช่น Iphone, Samsung)  แต่ยังไงก็ตามลองเช็คดูก่อนก็ได้นะครับเพื่อความชัวร์

ยกตัวอย่าง เอา Iphone 6 จากเมืองไทยไปซื้อซิมของ China Unicom เล่น 3G ได้ความเร็วตามมาตรฐาน (10-20 Mbp/s) แต่ถ้าเอาไปใช้กับ China Mobile จะได้เป็นความเร็วแค่ 2G (Edge ที่ความเร็ว 320kb/s) หรือถ้าเอาไปใช้กับ China telecom ยิ่งหนักกว่าเดิม เพราะจะใช้ไม่ได้เลย

หมายเหตุ แต่ถ้าเอาไปใช้โทรอย่างเดียว มือถือที่เอาไปจากไทยสามารถใช้กับ “China Unicom” หรือ “China Mobile” ได้นะครับ เนื่องจาก 2G รองรับความถี่ที่ 900,1800 Mhz ทั้งคู่ครับ

มาถึงตรงนี้แล้วผมจึงจะขอลงรายละเอียดของ China Unicom โดยตรงเลยละกันนะครับ

China Unicom

China unicom

เขาว่ากันว่ามีสัญญาณครอบคลุมเป็นลำดับสองของประเทศที่แสนจะยิ่งใหญ่ แต่ตัวผมเองใช้บริการเครือข่ายนี้ตั้งแต่เมืองที่อยู่ทางภาคตะวันตกสุด “คัชการ์ มณฑลซินเจียง” เลาะตะเข็บทะเลทรายจนมาถึงมณฑลกานซู เข้าเมืองซีอาน ไปเมืองฉงชิ่ง จนมาจบที่เมืองคุนหมิงจนต่อมาถึงสิบสองปันนาที่อยู่ทางภาคใต้สุด ความแรงสัญญาณ 3G ถือว่าอยู่ในระดับ “ดีมาก” จะหายไปบ้างก็ตอนอยู่กลางทะเลทรายไม่ก็ในอุโมงค์เท่านั้นแหละครับ ส่วนทางภาคตะวันออกเช่น ปักกิ่ง หรือ เซี่ยงไฮ้นั้นดีหายห่วงอยู่แล้วครับ

จะซื้อซิมได้อย่างไร

ถ้าไม่นับการจะไปเที่ยวในเขตที่ “อ่อนไหว” ทางการเมืองเช่น “ซินเจียง” หรือ “ทิเบต” แล้ว การซื้อซิมเป็นเรื่องที่ง่ายมากครับ สามารถเดินเข้าไปยังร้านค้าที่มีเครื่องหมายของบริษัทเท่านี้ก็จะได้ซิมมาครอบครองได้อย่างง่ายดาย

แต่ๆๆๆ ร้านมือถือส่วนใหญ่ในเมืองจีนนั้น หาคนที่พูดภาษาอังกฤษในร้านได้ยากยิ่งกว่าถูกเลขท้ายสองตัวอีกครับ ถ้าเราพูดจีนได้ก็สบายไป แต่ถ้าพูดไม่ได้นี่ยิ่งกว่าการผจญภัยเลยครับ ในเมืองเอกอย่างปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ไม่ลำบากครับ

WO

เนื่องจากการซื้อซิมสำหรับชาวต่างชาติทุกคนต้อง “ลงทะเบียน” ดังนั้นไม่แนะนำให้ไปซื้อตามริมถนนที่มีคนขายหรือร้านเล็กๆข้างทาง (ซึ่งลงทะเบียนไม่ได้และคุยยิ่งกว่าไม่รู้เรื่อง) แต่ไปให้ร้านตามสัญลักษณ์ด้านบน ชื่อ “WO” เป็นศูนย์บริการของทางบริษัทครับ (คล้ายๆ Telewiz ของทาง AIS ไรแบบนี้) ซึ่งสามารถทำได้ทุกอย่างแบบบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำครับ และมักจะมีพนักงานอย่างน้อยที่สุดหนึ่งคนที่มีภาษาอังกฤษขั้นพื้นฐานอยู่มากๆอยู่ครับ

และเนื่องด้วยแผนที่ๆดีที่สุดในโลกอย่าง “Google map” นั้นถูกซูเปอร์ไฟร์วอลล์ของรัฐบาลจีนบล็อกไปเรียบร้อย การจะหาสาขาศูนย์บริการว่าอยู่ที่ใดนั้น ให้ไปใช้แผนที่อย่าง Bing, Yahoo หรือ Baidu แทน (พูดเป็นเล่นนะครับ คนจีนใช้ Baidu อย่างจริงจังแบบที่คนไทยเราใช้ Google เลยละครับ)

หมายเหตุ ผมใช้เวลาถึง 3 วันใน 4 สาขาบริการ ในมณฑลซินเจียง ล้วนถูก “ปฎิเสธการขายซิมทุกครั้ง” เนื่องจากเขาไม่ขายให้คนต่างชาติ จนมาจบในสาขาที่ 5 ที่ขายให้ผม ซึ่งตอนนี้ด้วยเหตุผลอะไร ผมก็ยังไม่เข้าใจจนทุกวันนี้ครับ (ในทิเบตนี้ไม่มีข้อมูลนะครับ)

ราคาค่าแพคเกจ

แพคเกจมือถือมีมากมายจนงง แต่ละมณฑลก็เหมือนจะมีโปรโมชั่นของตัวเอง แต่ผมจะขอยกมาเฉพาะในส่วนที่คิดว่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอย่างมากไม่เกิน 30 วันนะครับ (ถ้ามาอยู่หลายๆเดือน คงต้องพิจารณาแพคเกจอื่นก่อนด้วยนะครับ) หรือถ้าให้ดีที่สุดก็คือไปถามเอาที่หน้าเคาท์เตอร์ ณ จุดนั้นเลย ถ้าพูดจีนไม่ได้ก็ต้องพึ่งภาษามือกันละครับงานนี้

  1. 3G Value pack เป็นแพคเกจที่เอาไว้ใช้กับมือถือของเรานะครับ เช็คแพคเกจทั้งหมดได้ที่ http://310010.com/  (ภาษาจีนล้วนๆ ใช้ google translate แปลเอานะครับ) ผมขอเอาตัวอย่างที่ผมใช้ (และถ่ายมาจากร้าน) ให้ดูละกันนะครับ

Tariff

  • อันนี้ผมยกตัวอย่าง “Value pack A” มาให้ดูนะครับ (มี B และ C ด้วย) หลังจากใช้ตัวแปลภาษามาแล้ว จะเห็นได้ว่าถ้าต้องการปริมาณ data ที่มากขึ้นก็ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นเช่นเดียวกัน
  • วิธีการก็คือซื้อซิมก่อน แล้วก็แจ้งแพคเกจได้เลยครับ ถ้าต้องการปริมาณ data ที่ 2 GB เมื่อรวมค่าซิมแล้วก็ราวๆ 600 RMB (ราวๆ 3,000 บาท) แพงมาก
  1. แบบใช้ Data อย่างเดียว

ก่อนอื่นต้องซื้อซิมก่อนนะครับ (บางที่ให้ซิมฟรี บางที่คิด 10 RMB ครับ)

และเนื่องจากประเทศจีนมีมณฑลต่างๆมากมาย เขาเลยแยกแพคเกจเป็นแบบต่างๆดังนี้

  1. ใช้ในเฉพาะเขตมณฑลที่เราซื้อเท่านั้น เช่นซื้อที่ซินเกียงก็ใช้ได้แต่ในซินเกียงเท่านั้น ไปใช้ในปักกิ่งไม่ได้ครับIMG_20150413_113739-2
  2. ใช้ได้ทั่วประเทศจีน ราคาก็จะแพงขึ้นมาอีกครับ

IMG_20150413_113414-2

เช่น ถ้าต้องการปริมาณ data 2 GB รวมค่าซิมไปแล้วก็ราวๆ 100 RMB (500 บาทครับ)

ทีนี้ลองมาดูอีกวิธีหนึ่งที่อาจจะทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องไปผจญภัยในร้านโทรศัพท์เมืองจีนกัน นั่นก็คือการเปิดโรมมิ่งไปจากประเทศไทยนั่นเองครับ

สรุป ข้อดี-ข้อเสีย ของการเปิดโรมมิ่งมาใช้กับการมาซื้อซิม

AIS Unlimited data roaming Sim card China Unicom
การซื้อซิม ง่ายที่สุด เพราะใช้ได้เลย มีตั้งแต่ง่ายที่สุดเพราะเจอคนขายใช้ภาษาอังกฤษได้จนถึงยากที่สุดเพราะคุยกันไม่รู้เรื่อง
ประสิทธิภาพ ดีมาก (ใช้เครือข่ายเดียวกัน) ดีมาก (ใช้เครือข่ายเดียวกัน)
ราคา แพงกว่าการซื้อซิมทั่วไป ถ้าซื้อเพียงแค่เล่นอินเตอร์เน็ต ค่าใช้จ่ายถือว่าเหมาะสม
ข้อดี –     ใช้ Facebook, Twitter, Google ได้-     ไม่จำกัดปริมาณ data-     สลับเปลี่ยนเครือข่ายได้ตลอดเวลา-     ตัดปัญหาความกวนใจเรื่องการซื้อซิมไปได้ทั้งหมด –    ราคาเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวแบกเป้มาก
ข้อเสีย –     ราคาสูงกว่าการซื้อซิม –    ไม่สามารถใช้ facebook, Google, Twitter ได้
ความคุ้มค่า ดี ดีมาก
ข้อสังเกต –    ถ้าไปคนเดียวแต่ซื้อบริการไป 1 คนแล้วเปิด wifi-hotspot ให้แก่กัน จะประหยัดได้มากขึ้นเยอะ

TIPs

  • การซื้อ AIS data roaming โรมมิ่ง ไปใช้ ดูเผลินๆเหมือนจะแพง แต่ถ้าเรามาพิจารณาถึงจำนวนคนที่เที่ยวด้วยกัน และจำนวนวันที่ไปเที่ยวด้วยแล้ว อาจจะไม่แพงจริงๆก็ได้นะครับ เพราะฟังค์ชั่น wifi-hotspot นี่เองที่ทำให้เราลดค่าใช้จ่ายได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยว่าเวลาใช้งานต้องยืนอยู่ใกล้ๆกัน จะแอบไปโทรหาแฟนไม่ให้เพื่อนเห็นนี่ไม่ได้นะครับ
  • ยกตัวอย่าง ไปเที่ยว 5 คน ที่ปักกิ่ง เป็นเวลา 5 วัน และทุกคนต้องการใช้เน็ต
AIS Unlimited data roaming Sim card China Unicom
จำนวนแพคเกจที่ต้องซื้อ 1 5
ปริมาณ data ไม่จำกัด 2 GB (5 คนรวมกัน 10 GB)
ความเร็ว 3G (แต่ถูกแชร์ความเร็วให้ทั้ง 5 คน) 3G
Facebook, Twitter, Google ใช้งานได้ทั้ง 5 คน เล่นไม่ได้
VPN ไม่จำเป็นต้องซื้อ ต้องซื้อ VPN เพิ่มเติมถ้าต้องการใช้ Facebook, Twitter, Google services
ค่าใช้จ่าย 400 บาท/คน (2,000 บาท/แพคเกจ) 300-400 บาท/คน (data คนละ1-1.5 GB/person)

WIFI – HOTSPOT ช่วยทำให้การใช้โรมมิ่งมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าคุมราคายิ่งขึ้น

บทส่งท้าย

ทั้ง 2 วิธี ไม่ว่าจะเป็นการไปซื้อซิมใช้เอง หรือเปิดบริการโรมมิ่งไป ให้สัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ดีเท่ากัน (เพราะใช้เครือข่ายของ China Unicom เหมือนกัน) ดังนั้นแล้วส่วนที่แตกต่างกันจะเป็นเรื่องของราคามากกว่าครับ ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ขึ้นกับสถานการณ์ของผู้ที่จะใช้มากกว่าอย่างที่ผมได้ยกตัวอย่างไว้ด้านบนนะครับ

ขอให้เที่ยวเมืองจีนได้อย่างสนุกสมตามความตั้งใจทุกๆคนนะครับ


หากใครสนใจอุปกรณ์การเดินทาง เป้แบคแพค เสื้อแจ็คเก็ตกันลมกันฝน เสื้อขนเป็ด ลองจอน ถุงมือกันหนาว
สามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าได้ที่ ร้านของพวกเรา The Puffin House

promotion at The puffin house

Comments

comments

No Comments

No comments yet. You should be kind and add one!

Leave a Reply

You can use these tags:   <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>