Posted by  worldwantswandering@gmail.com   in  , ,      1 year ago     13713 Views     3 Comments  

ปัจจุบันการท่องเที่ยวแบบวางแผนด้วยตัวเองนั้นกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นอย่างมาก เพราะเราสามารถที่จะทำทุกได้ตามใจที่ชอบในเวลาที่ต้องการ ทีนี้แล้วส่วนจะไปด้วยวิธีไหนก็สุดตามแต่ความชอบของแต่ละท่าน แต่วิธีการเที่ยวที่กลายเป็นตำนานของการเดินทางนั้นคงหนีไม่พ้นที่เราเรียกๆกันว่า “Backpacker” นั่นเองครับ ซึ่งก็คือนักเดินทางที่แบกสัมภาระทุกอย่างในการเดินทางไว้บนแผ่นหลังของเขานั่นเองครับ

สำหรับตอนนี้ผมจะมาขอพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นลมหายใจของเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์เลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งเจ้าสิ่งนั้นก็คือ “กระเป๋าแบ็คแพ็ค” (Backpack) นั่นเองครับ กระเป๋าแบ็คแพ็คนั้นถ้าไปดูตามท้องตลาดจะพบว่ามีมากมายจนมือใหม่อาจจะแยกแยะได้ลำบากครับว่า ชนิดไหนมีไว้สำหรับทำอะไร และแบบไหนที่เหมาะกับตัวเราเอง แล้วถ้าพอซื้อมาเสร็จแล้วจะจัดของอย่างไรให้เหมาะสม

ชนิดของกระเป๋าแบ็คแพ็ค

ความจริงแล้วเป้ทุกอย่างก็สะพายอยู่ที่หลังหมด  แต่เราอาจจะแยกประเภทออกมาได้ เป้ใบเล็ก (เอาไว้ใส่ของจุกจิกที่ง่ายต่อการหยิบเข้าหรือหยิบออก) อันนั้นจะเรียกว่า Day Pack ครับ ส่วนใบที่ใหญ่โตๆอันนั้นก็คือ Backpacks อย่างที่เข้าใจกันโดยปกติ

10999098_819845698085009_9209193831337826536_o

เป้ใบเล็กๆแบบนี้เรียก Day pack นะครับ

แล้วความแตกต่างของกระเป๋า Backpack กับกระเป๋าแบบทั่วๆไป คืออะไร

  1. โครงร่าง (Frame) แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด กระเป๋าแบ็คแพ็คจะมีสายอะลูมิเนียมสองเส้นที่พาดขนานกับความสูงของกระเป๋าเพื่อใช้สำหรับกระจายน้ำหนักลงมาที่สะโพกทั้งสองข้าง
  2. ทีคาดสะโพก (Hip belt) เป็นที่คาดสะโพกเพื่อกระจายน้ำหนักที่ถูกส่งผ่านสายอะลูมิเนียมเพื่อลงมาที่สะโพก ก่อนจะกระจายลงเท้าทั้งสองข้างต่อไปครับ
  3. ที่คาดบริเวณหน้าอก (Sternum strap) เป็นที่คาดบริเวณหน้าอกที่จะรัดแล้วทำให้บริเวณสายพาดตรงหัวไหล่ไม่เลื่อนไปมาด้านใดด้านหนึ่งจนหลุดออกจากหัวไหล่ของเราครับ
  4. ระบบการกระถ่ายเทอากาศ (Air ventilation) จะเป็นช่องว่างที่อยู่ระหว่างแผ่นหลังของเรากับตัวกระเป๋าที่สามารถทำให้อากาศถ่ายเทเข้าออกได้ ไม่เกิดเหงื่อเหนียวเหนอะหนะ

11942322_885680691501509_3993243368946249094_o

จะมีหลักการเลือกซื้ออย่างไรดี

  • ยี่ห้อ (Brand)

ถ้าพูดถึงระดับ Top brands คุณภาพแทบไม่แตกต่างกัน เลือกได้ตามความชอบ ความถูกใจเลยครับ ผมจะแนะนำตัวสินค้าแท้เป็นหลักเพราะเขาจะประกันในเรื่องคุณภาพของซิปที่พังยาก (ซิปไม่กินเนื้อผ้าเลย) หรือความคงทนของเนื้อผ้าต่อการใช้งานที่สมบุกสมบัน และประกันคุณภาพสินค้าที่ไว้ใจได้ ยี่ห้อที่เป็นที่ยอมรับ ก็เช่น Deuter, Osprey, The North face

1380110_803001093102803_8366668065949482669_n

กระเป๋าใบหนึ่งซื้อดีๆไปเลย จะได้เอาไปใช้มันนานๆครับ เป้ Deuter ใบนี้ ผมเอามันไปตะลุยโลกมาเข้าปีที่ 7 แล้ว ผ่านมาจะ 40 ประเทศแล้ว

  • ขนาด

ตัวเลขที่อยู่บนกระเป๋าแต่ละรุ่นมีความหมายอย่างไร ผมก็เคยงงมาก่อนครับ

เช่น 40+10 ความหมายคือ กระเป๋าพวกนี้จะมีหน่วยเป็นลิตรนะครับ เขาหมายถึงว่าถ้าเรามากางกระเป๋าออกแล้วเทน้ำลงไปจะใส่น้ำได้ทั้งหมดกี่ลิตร

ตัวเลข 40 เท่ากับสามารถจุของมีขนาดปริมาตรเท่ากับ กว้าง*ยาว*สูง = 40 ลิตร

ตัวเลข +10 นั้นคือสามารถเพิ่มปริมาตรได้อีก 10 ลิตรจากการปรับขยายขนาดของกระเป๋าที่ฝาปิดด้านบนครับ

IMG_20160709_181220_HDR

แบบนี้คือ 40+10 L ของ Deuter รุ่น Act-Lite

IMG_20160709_181250_HDR

แบบนี้คือขนาด 40L ของ Quechua Arpenaz

  • เพศ

ผู้ชายโดยธรรมชาติจะสามารถแบกของได้หนักกว่าผู้หญิง และลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกันของทั้งสองเพศดังนี้ ขนาดกระเป๋าจึงไม่เท่ากัน ดังนี้

ชาย ไหล่จะกว้างกว่า มีส่วนของระยะความยาวลำตัวช่วงบนกว้างกว่าผู้หญิง (Torso length) พูดง่ายตัวสั้นแต่ขายาว และมีสัดส่วนของสะโพกที่ประมาณเดียวกับช่วงบนของลำตัว

ที่ผู้ชายระดับความสูงมาตรฐาน 170 ซม. ขึ้นไป โดยทั่วไปจะใช้ขนาดใบขั้นต่ำ 50-60 ลิตรขึ้นไป แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับลักษณะของทริปที่จะไปด้วย

หญิง ไหล่จะแคบกว่า มีส่วนของระยะความยาวลำตัวช่วงบนกว้างสั้นกว่าผู้ชาย (Torso length) พูดง่ายๆ ตัวสั้นแต่ขายาว และมีส่วนของหน้าอกที่จะทำให้สายรัดต้องอยู่ต่ำกว่าของผู้ชาบ และสะโพกที่ผายกว่าผู้ชาย ทำให้โครงสร้างกระเป๋าแตกต่างไปจากผู้ชาย โดยบางยี่ห้อจะมีรุ่นเฉพาะของผู้หญิงเช่นของ Deuter จะมีรุ่น SL ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์โดยเฉพาะ

สำหรับหญิงไทยทั่วไปที่ความสูงไม่เกิน 160 ซม. กระเป๋าไม่ควรเกิน 45 ลิตรครับ แต่ถ้าสูงกว่านี้ก็เลือกใบที่ขนาดใหญ่ขึ้นอีกหน่อย 5-10 ลิตร ครับ โดยรุ่นที่เหมาะสมที่สุดคือประมาณ 35+10 ครับ


การจัดกระเป๋า

  1. น้ำหนัก

หลักการที่สำคัญที่สุดของการจัดกระเป๋าก็คือ “ทำยังไงให้กระเป๋าเบาที่สุดโดยที่เอาของไปได้พอดี” เพราะสัมภาระที่จะไปกับตัวเราทุกๆอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ชุดชั้นใน รองเท้าแตะ เครื่องสำอาง ของใช้ส่วนตัว คอมพิวเตอร์ แบตเตอรี่ บลาๆ หรืออะไรอีกมากมายมันจะมากองกันอยู่บนหลังเราทุกอย่าง

วิธีการประมาณคร่าวๆว่ากระเป๋าควรจะหนักเท่าไรถึงจะเหมาะสมก็คือ ประมาณ 15-25% ของ น้ำหนักตัวเราครับครับ

(ถ้าน้ำหนัก 60 กิโลกรัม ก็ไม่ควรหนักมากกว่า 15 กิโลกรัม) ถ้าจะเอาสบายสุดก็ประมาณ 10 กิโลกรัม

จริงๆจะหนักเท่าไรก็ได้ครับ ถ้าเราแบกไหว แต่นี่คือตัวเลขที่พิสูจน์มาแล้วว่า หลังเราจะไม่พัง ไหล่เราจะไม่เดาะ สะโพกเราจะไม่ทรุด หลังจากแบกสัมภาระอันนี้ 😉

fd

บางครั้งเราต้องแบกกระเป๋าเดินผ่านอะไรทรหด เพราะฉะนั้นเอาไปเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

  1. การกระจายน้ำหนัก

สำคัญที่สุดดดด (ขอย้ำมากกกกกก) ใส่ผิดตำแหน่ง ทำให้เราแบกกระเป๋าหนักขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว

Screenshot_2015-02-09-22-28-51-1

ของที่หนักที่สุดควรจะวางไว้ตรงบริเวณตรงกลางระหว่างหัวไหล่ทั้งสองข้าง ติดกับแผ่นหลังแล้วเพื่อให้น้ำหนักกระจายลงไปที่สะโพกให้มากที่สุด

(ของหนักๆในที่นี้ ก็เช่น คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป พวกขวดอุปกรณ์อาบน้ำต่างๆครับ)

ของที่หนักปานกลาง เช่น เสื้อผ้า กางเกง ให้วางเอาไว้ที่ด้านบนของกระเป๋าและด้านข้างของกระเป๋า

ของที่น้ำหนักน้อยที่สุด เช่น ถุงนอน ถุงเท้า ผ้าเช็ดตัว ให้วางไว้ที่ด้านล่างสุดหรือจะเป็นด้านนอกของกระเป๋าก็ได้ครับ

10157338_982466951780998_224507914887477629_n

จัดสรร แย่งน้ำหนักของแต่ละอย่าง แล้วใส่ไปให้ถูกตำแหน่งนะครับ

How To Pack A Backpack : จัดกระเป๋าเป้แบคแพคยังไง

  1. ทำให้ได้ของมีขนาดเล็กลง เพื่อเพิ่มพื้นที่มากขึ้น

สิ่งของบางอย่างเปลืองเนื้อที่กระเป๋าที่มีอยู่น้อยนิดได้ โดยเฉพาะเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ๆ หรือบรรดา

เสื้อยืด กางเกงต่างๆทั้งหลาย เราสามารถที่จะลดขนาดของสิ่งของเหล่านี้ได้ด้วยการใช้

“ถุงสุญญากาศ” (Compression sac) ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไปครับ เช่นของ Eagle creek เป็นต้น

  • ถุงสุญญากาศทั่วไปมีขายตามร้าน Daiso ราคาประมาณ 50-80 บาท/ชิ้น คุณภาพก็เป็นไปตามราคา
  • ส่วนอันที่จะลองแนะนำให้ไปลองดูคือของ Eagle creek ที่ถือได้ว่าประทับใจมากทีเดียว

WIN_5569ผมขอแนะนำเจ้าถุงที่ว่านี้ โดยจะเอาเสื้อกันหนาวตัวบวมๆ มาทำให้มันเล็กลง

WIN_5571

มีหลายไซส์ตามขนาดครับ S,M และ L

WIN_5574

ใส่เข้าไปเลยครับ แบบตรงๆ ไม่ต้องพับอะไรมาก
ใส่เสร็จแล้วก็รูดปิดถุงด้านบน
เราก็จะได้ถุงที่ใส่เสื้อกันหนาวแบบบวมๆแบบนี้

WIN_5575

เอาละครับ ลุยเลย ม้วนถุงไปเรื่อยๆ จากด้านปากถุง > ไปที่ด้านก้นถุง (ปากถุงคือด้านมีซิบ) จะมีเสียงลมออกมาด้านก้นถุง

เรียบร้อยครับ ลมหายไปเกือบหมดแล้ว ถุงก็จะยับยู่ยี่ เราก็ใช้มือรีดอีกทีให้ดูสวยงามครับ

WIN_5576เมื่อเสร็จครบถ้วน เราจะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นมาประมาณ 15-20% เลยละครับ

eagle-creek-compression-clothes-to-sac2

การเก็บเสื้อกันหนาวให้ประหยัดพื้นที่กระเป๋า ด้วย Compression Sac

  1. จัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ พยายามแยกสิ่งของให้เป็นหมวดหมู่ง่ายต่อการจัดเก็บและนำมาใช้ เช่น
  • เวลาเราเปิดกระเป๋าเพื่อค้นหาสิ่งของจะทำได้เร็วมาก โดยเฉพาะเป้ backpack ที่ไม่ได้จัดสัดส่วนไว้แบบกระเป๋าลากครับ
  • ที่ด่านชายแดนเวลาโดนตรวจกระเป๋า กระเป๋าใครจัดมาไม่ดี เวลาโดนรื้อตรวจ นี่ปวดหัวเลยครับ แถมของอาจจะหายระหว่างการตรวจอีก
  • อุปกรณ์อาบน้ำให้ใส่ไว้ในถุงที่กันน้ำได้ (เผื่อมีขวดอะไรแตก ของเหลวข้างในจะได้ไม่ไหลมาด้านนอก)
  • ยาสามัญประจำตัว อุปกรณ์จุกจิกต่างๆ ซึ่งถ้าสามารถเลือกชนิดผ้าที่ยืดหยุ่นได้ก็จะดีมากเนื่องจากสามารถใส่ลงไปตามพื้นที่ช่องแคบต่างๆที่อยู่ภายในกระเป๋าได้ครับ

การใส่ของให้เป็นระเบียบด้วยกระเป๋า Quick Trip

WIN_5587ถุงผ้าที่มีหลากหลายขนาด เลือกใช้กันได้ตามความเหมาะสม

WIN_5565WIN_5566WIN_5567

เราแยกสัดส่วนของกระเป๋าได้ง่ายๆด้วยการเอามาใส่กระเป๋าใบย่อยนั่นเองครับ

EC-CC1

การใช้ถุงบรรจุของที่สามารถขยายขนาดได้ ช่วยประหยัดพื้นที่ของการเก็บของระหว่างที่ไม่ได้ใช้

แพ็คชุดเสื้อผ้าให้เป็นหมวดหมู่ แถมได้ประหยัดพื้นที่กระเป๋าเป้

WIN_5587

เวลามีถุงกระเป๋าใส่ในกระเป๋าเป้ การหยิบใส่ หรือ หยิบออก จะทำได้สะดวก ไม่ต้องรื้อเสื้อผ้าที่ม้วนไว้ทีละชิ้น ซึ่งจะทำให้จัดใส่เข้ากระเป๋าใหม่ลำบากและเสียเวลา

  1. เอาเฉพาะของที่จำเป็นไปเท่านั้น ต้องอย่าลืมว่าของทุกอย่างจะอยู่บนแผ่นหลังของเรา ของที่อาจจะใช้ประโยชน์ได้น้อยแต่มีน้ำหนักมากบางครั้งต้องตัดใจเอาออกเพื่อไม่ให้กระเป๋าหนักมากเกินไปครับ ของมีค่าทุกอย่างห้ามใส่กระเป๋าแบ็คแพ็คเด็ดขาดนะครับ เนื่องจากระบบการป้องกันขโมยของนั้นแตกต่างจากกระเป๋าล้อลากโดยสิ้นเชิง

 

สุดท้ายนี้ผมก็อยากจะปิดท้ายว่าการท่องเที่ยวด้วยการแบกเป้ไว้บนหลังแบบนี้ก็เป็นแค่หนึ่งในวิธีการท่องเที่ยวเท่านั้นนะครับ การเดินทางไม่มีการจำกัดรูปแบบจะลากกระเป๋าหรือแบกเป้ล้วนให้ผลลัพธ์ในการเดินทางได้เหมือนๆกัน ว่าแล้วก็แพ็คเป้ออกไปเดินทางกันเลยดีกว่านะครับ


หากใครสนใจอุปกรณ์การเดินทาง เป้แบคแพค เสื้อแจ็คเก็ตกันลมกันฝน เสื้อขนเป็ด ลองจอน ถุงมือกันหนาว
สามารถเข้าไปเลือกชมสินค้าได้ที่ ร้านของพวกเรา The Puffin House

promotion at The puffin house

 

Comments

comments

3 Comments

  1.   September 9, 2016, 12:19 pm

    This is really interesting, You’re an excessively skilled blogger.
    I’ve joined your feed and look ahead to in quest of more of your
    excellent post. Also, I have shared your site in my
    social networks

    •   September 30, 2016, 3:46 pm

      Thank a lot for your comment.

  2.   August 9, 2015, 1:42 pm

    Your comment is awaiting moderation.

    As the admin of this website is working, no uncertainty very
    soon it will be renowned, due to its quality contents.

  3.   August 5, 2015, 9:14 am

    Your comment is awaiting moderation.

    It’s a shame you don’t have a donate button! I’d without
    a doubt donate to this superb blog! I guess for
    now i’ll settle for bookmarking and adding your RSS feed
    to my Google account. I look forward to brand new updates and
    will talk about this site with my Facebook group. Chat soon!

  4.   August 3, 2015, 6:14 am

    Hi i am kavin, its my first time to commenting anyplace, when i read this post
    i thought i could also create comment due to this brilliant paragraph.

Leave a Reply

You can use these tags:   <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>