Posted by  worldwantswandering@gmail.com   in  , ,      1 year ago     4288 Views     Leave your thoughts  

wall resized

หากจะพูดถึงอำเภอหนึ่งที่เรียกว่าไกลสุดๆ เท่าที่คนไทยเราจะคิดถึงได้

อำเภอ “อุ้มผาง” จะต้องไปติดในรายชื่อแน่นอน ความสะดวกสบายอาจจะน้อยกว่าปกติ

ภูมิประเทศที่มีแต่ภูเขาทำให้เดินทางลำบาก แต่ผลพลอยได้คือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ไปเร้นกายอยู่ตามหลืบในนั้น

ทำให้มันมีทั้งความสวย ความดิบ ที่ถูกรบกวนน้อยมาก แบบว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้วเป็นยังไง ตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น

คนที่ชอบธรรมชาติ ถ้าได้มาจะหลงรักแบบหัวปักหัวปำ

คนที่ชอบความสงบ ถ้าได้มาจะหลงรักแบบถอนตัวไม่ขึ้น

ส่วนคนที่ไม่ชอบอะไรเลย ถ้าได้มาคุณก็จะมีสิ่งที่ชอบเสียที

ถ้าพูดถึงขนาดนี้แล้วยังไม่อยากไป คงต้องอาศัยรูปกับคำบรรยายเป็นเครื่องยืนยันอีกครั้ง

แล้วจะเชื่อว่า “อุ้งผาง” นี่ละของจริงแท้ๆ ถ้าชีวิตหนึ่งไม่เคยมาเยือน เสียใจด้วยจริงๆครับ

DSC_8493

“1219”

ไม่ใช่เลขใบหวย แต่มันคือจำนวนโค้งทั้งหมด

ที่เราจะต้องเผชิญในระหว่างทางหลวงสาย แม่สอด – อุ้งผาง ที่ตัดผ่านหุบเขาอันสลับซับซ้อน

จนบางครั้งไปวิ่งอยู่บนสันเขาเหนือม่านหมอก จนได้รับสมญานามว่า “ถนนลอยฟ้า”

ไม่มีทางลัดใดๆทั้งสิ้น ถึงแม้ทางจะดูยากลำบาก แต่สิ่งที่รออยู่ปลายทาง คุ้มค่าแน่นอน

DSC_8460

“น้ำตกพาเจริญ”

ถึงแม้ถนนจะทำให้เราเวียนหัว แต่ธรรมชาติก็ไม่ได้โหดร้ายอะไรขนาดนั้น ระหว่างทางที่โค้งไปโค้งมา

จนเขย่าเครื่องในของเราจนวุ่นวาย ก็ยังมีน้ำตกที่ไม่ใหญ่ ไม่เล็ก แต่สวยงาม ให้เราได้แวะพักทำใจก่อนไปต่อ

ผมว่าแค่ที่นี่ก็สวยแล้วนะ แต่คนท้องถิ่นกลับบอก “นี่เด็กๆน้อง ของจริงอยู่ที่อุ้มผางนู่น”

ผมฟังแล้วยิ่งขนลุกยิ่งกว่าเดิม

DSC_0618

“กิจกรรมล่องเรือยาง”

เป็นกิจกรรมที่เรียกว่า “ต้องทำ” สำหรับทุกคนที่มาถึงอุ้มผาง

และต้องทำในตอนเช้า เพื่อเราจะไปให้ทันเวลาที่ “น้ำตกสายรุ้ง”

ที่จะมีสายรุ้งให้ดูในทุกๆวัน แบบว่ามาตามนัดเหมือนนัดแฟนที่ตรงต่อเวลา

DSC_0647

รุ้งกินน้ำมันอยู่ใกล้จนอยากจะเอามือไปจับเลยว่ารูปร่างมันเป็นอย่างไร

DSC_0660

“น้ำตกทีลอจ่อ” หรือ น้ำตกสายฝน

ตรงบริเวณนี้จะเป็นหน้าผาที่ทอดตัวไปตลอดลำห้วยแม่กลอง

แต่ดันมีกระแสน้ำตกลงมาทั้งวัน เมื่อกระทบกับเบื้องล่าง จึงเกิดเป็นละอองน้ำที่ฟุ้งคลุ้งไปทั่วบริเวณ

เมื่อล่องแพผ่าน เหมือนกับเรากำลังโดนฝนสาด อยู่ท่ามกลางบรรยาศที่ร้อนแต่ดันเย็นสดชื่น

DSC_0685

“บ่อน้ำร้อน” แอบมาซ่อนตัวอยู่กลางป่า

ทั้งชาวบ้านทั้งนักท่องเที่ยวมาแช่ตัวให้สบาย

เป็นการบริหารกายและบริหารใจไปในเวลาเดียวกัน

DSC_0700

อย่างกับมาแช่ ออนเซ็น ที่ประเทศญี่ปุ่น

แต่ที่นี่กลับคือ อุ้มผาง

DSC_8487

วันนี้ลำไส้กับกระเพาะอาหารแทบไม่ต้องย่อยเข้าเลยครับ

ซ้ายที ขวาที เบรกที อาหารมันคลุกเคล้ากันเรียบร้อยพร้อมดูดซึมไปแล้วละ

DSC_9123

“น้ำตกทีลอซู”

ล่องเรือยางกันพอหอมปากหอมคอ สถานที่ต่อไปนี้ คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงมาที่นี่

ก่อนจะเดินเข้าไปที่ตัวน้ำตก ผมขอให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาฯ พานำทางขึ้นไปยังจุดชมวิวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

ขาสองข้างเห็นจะไม่พอ เพราะมันทั้งชันทั้งสูง มือเลยต้องเอามาช่วย คล้ายกับเราจะเป็นลิง

แต่เมื่อพอปีนป่ายพ้นแนวเส้นขอบแนวต้นไม้ไปแล้ว นี่คือสิ่งที่ตาของผมเห็น

“โอ้ววววว แม่เจ้าาาา”

DSC_9134

ปกติผมเคยมักเห็นภาพจากมุมต่ำ แต่พอมาเห็นภาพจากมุมสูงเหมือนนกที่บินได้แล้ว

มันเป็นความรู้สึกที่ไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสืออย่างไรดี

DSC_9753-Edit

ผมเชื่อแล้วว่า น้ำตกทีลอซู มันยิ่งใหญ่สมกับคำร่ำลือมานาน

ว่า “สวยที่สุดในประเทศไทย” แถมยังไปติดอันดับน้ำตกที่ “สวยที่สุดในโลก” ด้วยซ้ำ

ถึงแม้ปัจจุบันจะมีโดรนไปถ่ายรูปจากบนฟ้าได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องไปลงแรงอะไรเมื่อยแล้ว

แต่ความรู้สึกที่ปีนจนมาถึงจุดนี้ได้ มันคงแตกต่างกันเยอะ ผมเชื่อเช่นนั้น

DSC_9775

ผมเดินกลับลงมาที่ด้านล่างน้ำตก เป็นเส้นทางที่เทปูนอย่างดีความยาวประมาณ 1 กิโลกว่าๆ ถึงจะถึงตัวน้ำตกครับ

บริการกายกันไปพอประมาณ ให้เหงื่อออกพอชุ่มกายอีกครั้ง แล้วเราก็จะพบกับจุดหมายปลายทางของเรา

“น้ำตกทีลอซู”

DSC_9779

สถาปัตยกรรมของธรรมชาติ คือ

สถาปัตยกรรมที่มนุษย์ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

DSC_9783

ปกติทีลอซูเที่ยวได้ทั้งปีครับ แต่ถนนที่มาถึงจะเปิดเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น (ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ไป)

นอกเหนือจากนี้ต้องเดินเท้าเข้ามาอย่างเดียว ทีนี้ถ้าถามว่ามาฤดูไหนดีกว่ากัน

คำตอบคือ แล้วแต่ชอบ แล้วแต่สไตล์

หน้าฝน น้ำเยอะ น้ำแรงได้ใจ แต่ลำบากตัวเปียกปอนแน่นอน

หน้าหนาว น้ำลดลงเยอะ อาจจะไม่อลังการเท่าหน้าฝน แต่เดินทางได้ง่ายกว่า รถเข้าถึงครับ

DSC_0097

น้ำที่ไหลลงมาน้อยลงไปมาก แต่ก็ยังถือว่าเยอะพอที่เราจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ในทุกๆตารางเมตร

DSC_0102

ถ้าเล่นน้ำกันจนพอใจแล้ว ก็มีเส้นทางเดินป่าเล็กๆ ให้เราได้ปีนป่าย บริหารข้อเท้า

เดินดูน้ำตกไปเป็นชั้นๆ ถือว่าเป็นสิ่ง

ที่ชั้นสอง เป็นน้ำตกชั้นๆเล็ก ตรงนี้ไม่มีจุดนั่งปิคนิก เล่นน้ำได้อย่างเดียว

12279609_10153780773939322_1772724625_o (1)

ชั้นบนๆคนจะน้อย เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูป มีแก่ง มีโขดหินให้เล่นกับมุมภาพค่อนข้างเยอะ

DSC_0115

ตรงช่วงระหว่างชั้นสองกับสาม ด้านนี้จะเป็นน้ำตกทางฝั่งขวาที่ไม่ได้เกาะกลุ่มกับเพื่อนเขา

DSC_0122

น้ำตกทีลอซูชั้นบนสุด เท่าที่ทางเดินจะพาเรามาถึงได้

จะมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ ที่น้ำตกลงมาสร้างละอองฟุ้งไปทั่วบริเวณ

ถึงแม้จะมีป้ายติดว่าห้ามเล่นก็ตาม เพราะมันอันตราย แต่คนไทยเราชอบความท้าทายเสมอ

DSC_0149

ภาพสุดท้ายก่อนจากน้ำตกทีลอซู

ผมเดินทางกลับอำเภออุ้มผางไปเตรียมตัว สำหรับการผจญภัยในยามค่ำคืน

DSC_0170

“ดอยหัวหมด”

เวลาสามทุ่ม ณ อำเภออุ้มผาง ผมเดินทางมาที่ จุดชมวิวบรรยากาศเขาหัวล้าน

ด้านไกลๆที่เห็นคือ แสงไฟของเมืองอุ้มผางที่ส่องประกายท้าทายท้องฟ้าท่ามกลางความมืดมิด

ดวงดาวนับล้านดวงมาเยือนตามนัด ในวันที่บรรยากาศเป็นใจ

ทางช้างเผือกจึงปรากฎกายให้แก่เราแบบไม่อายใคร

DSC_0175

เล่นกับแสงสีสรรบนท้องฟ้าให้หนำใจ ก่อนจะกลับบ้านกันในวันพรุ่งนี้

DSC_0171

ผมหันมาอีกด้านหนึ่ง ยังไม่ทันเช้าเลย แต่ทะเลหมอกก็เริ่มก่อร่างสร้างตัวแล้ว

ไม่ต้องไปทำนายพยากรณ์อะไรให้ยุ่งยาก พรุ่งนี้ผมต้องเห็นทะเลหมอกที่สวยที่สุดของที่นี่แน่นอน

DSC_0181

ผมกลับมาที่ “ดอยหัวหมด” อีกครั้งในเวลาใกล้รุ่ง

องค์ประกอบทุกอย่างเป็นใจ ไม่ว่าจะเป็นอากาศ บรรยากาศ และโอกาส

DSC_0507

ทุกๆวินาทีที่เดินผ่านไป ไอหมอกจะค่อยๆเคลื่อนตัวไปตามแนวต้นไม้เบื้องล่างจนปกคลุมไปทั่ว

ทุกอย่างดูเป็นพลวัตรที่ดำเนินไปในทุกๆวัน

DSC_0521

สำหรับคนกรุงเทพแล้ว ที่ทุกวันเห็นแต่หมอกควัน อากาศที่แน่นรูจมูก เสียงบีบแตรรถ พระอาทิตย์ขึ้นเหนือยอดตึก

การได้มาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้ เห็นพระอาทิตย์มายิ้มทักทายเหนือยอดเขา

มันจึงเป็นความรู้สึกที่เหนือความสุขจริงๆครับ ผมรู้สึกตัวเองโชคดีมากที่ได้มาอุ้มผางในตอนนี้

DSC_0528

อยู่ที่นี่ 1 วัน เหมือนกับต่ออายุตัวเองไปอีก 1 ปี

ถ้าใครที่กำลังมองหาจุดหมายปลางทางเพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย

ผมขอแนะนำให้มาที่อำเภออุ้มผางอย่างสุดหัวใจเลย

DSC_0543

ไม่ต้องกลัวกับบรรยากาศอันแน่นบนยอดดอยยังกับปลากระป๋องแบบทางภาคเหนือๆ

ที่นี่มีพื้นที่ให้เราได้ใช้ชีวิตแบบ slow life ชิวๆ บนยอดดอยได้แบบไม่ต้องแย่งอากาศกันหายใจ

DSC_0555

ถนนหนทางที่ขับรถมาในตอนเช้า ตอนนี้ได้ถูกหมอกกลืนกินหายไปแล้ว

DSC_0556

ณ บัดนี้ หมอกได้ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณอำเภออุ้มผางเป็นที่เรียบร้อย

ผมอยากจะใช้เวลาที่นี่ให้นานกว่านี้ แต่ก็ต้องเดินทางกลับแม่สอดแล้ว หนทางยังอีกยาวไกล

แต่ประสบการณ์ได้รอบนี้ทำให้ผมมั่นใจได้เลยว่า มาอุ้มผางแค่ครั้งเดียว มันน้อยไป มันไม่พอ

ต้องมีครั้งที่สอง สาม และสี่ และครั้งต่อๆไป แน่นอน เชื่อเถอะ

DSC_0566

สวัสดีอุ้มผาง สวัสดีเมืองตาก เอาไว้พบกันใหม่ในโอกาสถัดไปครับ

12271514_10153780774029322_245174900_o-Edit

จะโดดทั้งทีต้องโดดให้สูงแล้วก็ต้องโดดให้ไกล

แต่รองเท้าดันหลุดซะก่อนเลยโดดได้แค่นี้เอง 555


 

การเดินทางไปเที่ยวอำเภออุ้มผาง

รถยนต์ส่วนตัว

ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร จนถึงตาก ระยะทางประมาณ 425 กิโลเมตร ก่อนถึงตัวเมืองตาก 7 กิโลเมตร แยกซ้ายมือสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 1090 (แม่สอดอุ้มผาง) ระยะทาง 164 กิโลเมตร รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ-อุ้มผาง ประมาณ 668 กิโลเมตร  ระยะเวลาเดินทาง จากกรุงเทพฯ-อำเภอแม่สอด ประมาณ 9-10 ชั่วโมง และระยะเวลาการเดินทางจากอำเภอแม่สอดถึงอำเภออุ้มผาง ประมาณ 3-4 ชั่วโมง

รถประจำทาง

กรุงเทพฯ – แม่สอด

 

 

– รถปรับอากาศบริษัทขนส่ง 99 ป1, 2

08.00, 19.15, 20.50

สถานีขนส่งสายเหนือ (หมดชิต)

512

8.30

– รถปรับอากาศบริษัทขนส่ง 99 VIP

21.00, 22.00

สถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต)

512

8.30

– รถปรับอากาศบริษัทเชิดชัยทัวร์

09.00, 21.00, 21.30

สถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต)

512

8.30

– รถปรับอากาศบริษัททันจิตต์ทัวร์

22.00, 22.30

สถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต)

512

8.30

จาก บขส.แม่สอด ต้องหารถ แม่สอด-อุ้มผาง มีรถสองแถวประจำทาง ค่าโดยสาร คนละ 120 บาท

เครื่องบิน

มีสายการบิน “นกแอร์” Nok Air อันเดียวเท่านั้น บินวันละ 3 เที่ยว ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

บินตรง ดอนเมือง – แม่สอด เลยนะครับ

ราคาค่อนข้างแพงมากเมื่อเทียบกับรถบัส เพราะผูกขาดและความต้องการสูงตลอด มันก็เลยแพงนั่นแหละ

9:40 am
10:50 am
Nok Air 8116
S
M
T
W
T
F
S
DMK-MAQ
12:20 pm
1:30 pm
Nok Air 8122
T
T
S
DMK-MAQ
2:00 pm
3:10 pm
Nok Air 8124
S
M
T
W
T
F
S
DMK-MAQ
4:10 pm
5:20 pm
Nok Air 8126
S
M
T
W
T
F
S
DMK-MAQ

จากสนามบิน จะเช่ารถขับ หรือจะจ้างคนขับ หรือจะไปนั่งรถประจำทางไปอุ้มผางก็ได้ครับ

แม่สอด-อุ้มผาง มีรถสองแถวประจำทาง ค่าโดยสาร คนละ 120 บาท

 

Comments

comments

No Comments

No comments yet. You should be kind and add one!

Leave a Reply

You can use these tags:   <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>