ต้องลองไป “คีร์กิซ” สักครั้งในชีวิต

Posted by  worldwantswandering@gmail.com   in  , , ,      1 year ago     2024 Views     Comments Off on ต้องลองไป “คีร์กิซ” สักครั้งในชีวิต  

ทำไมต้องไปสักครั้งในชีวิตหล่ะ? แล้วจะไปทำอะไรที่ คีร์กิซ?

 

แล้ว คีร์กิซ อยู่ที่ไหนบนโลกหรอ?

 

คีร์กิซสถาน หรือ สาธารณรัฐคีร์กิซ (Kyrgyzstan) 

…อยู่ที่ เอเซียกลาง เป็นประเทศที่เกิดจากสหภาพโซเวียตล่มสลาย

…และยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม หรือ Silk Road ซึ่งเป็นเส้นทางที่ใช้เดินทางค้าขายระหว่างประเทศจีนกับทวีปยุโรปในสมัยโบราณ

 

ปัจจุบัน ประเทศที่ลงท้ายด้วย “….สถาน” อาจจะไม่ค่อยเป็นที่คุ้นเคยสำหรับนักท่องเที่ยวมากเท่าไหร่นัก

บ้างก็กลัวอันตราย บ้างก็ว่าไกล บ้างก็ไม่รู้จัก ไม่กล้าไป บลาๆๆ

แต่บอกได้เลยว่า ประเทศในเอเชียกลางนั้น มีเสน่ห์มากสุดๆจริงๆ เพราะผู้ชายหล่อ! 

เอ้ยยยย…เพราะ ภูมิประเทศที่สวยสุดๆ

บวกกับกลิ่นอายของอารยธรรมสมัยโบราณที่หลงเหลือให้น่าค้นหา

(แต่ผู้ชายก็หล่อจริงๆนะ อิอิ)

(ที่มา : รูปจาก wikipedia)

 

ไป คีร์กิซ แล้วเราจะไปทำอะไรกันดีหล่ะ?

ตามมาดูกันเลย…

 

1. ไม่ต้องทำอะไร นั่งเฉยๆ ก็ฟินแล้วจ้า

แค่…นั่งรถผ่าน โอ้ววว วิวสองข้างทางนั้น มันช่างฟินเหลือเกิน

มองไปรอบๆ ก็เจอแต่ริ้วเทือกเขาเรียงกันอยู่ที่เส้นขอบฟ้า สวยงามมากจริงๆ

ทำให้เราหลงรักประเทศนี้เข้าทันที 

มีดอกไม้สีสวยๆตามทาง

สามารถถ่ายรูปแล้วเอาไปทำ “สวัสดีวันเสาร์” สีม่วงได้ (รับรองมาที่นี่ได้รูปครบ 7 สี 7 วัน ฮ่าๆ)

 

2. เยือนทะเลสาบแสนสวย

ที่นี่มีทะเลสาบที่สูงจากระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก และเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง อีกทั้งมีขนาดใหญ่เป็นใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลกอีกด้วย

นั่นคือ Issyk-Kul Lake 

ว่ากันว่า ไม่ว่าอากาศจะหนาวมากเท่าไหร่ หรือจะมีหิมะปกคลุมภูเขาที่รายล้อมทะเลสาบนี้มากแค่ไหน แต่ที่ทะเลสาบแห่งนี้ก็ไม่เคยแข็งเป็นน้ำแข็งเลย 

 

จริงๆแล้ว ที่ประเทศนี้ยังมีทะเลสาบสวยๆอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Song Kol Lake หรือ Ala Kul Lake

 

จะเห็นตรงเส้นขอบฟ้าที่เป็นริ้วๆสีขาวนั้น ไม่ใช่เมฆ!

แต่มันคือ หิมะบนเทือกเขาที่เรียงรายล้อมรอบไปหมด สวยมากกกก

พอซูมกล้องเข้าไป โอ้ววว เป็นเทือกเขาจริงๆด้วย 

 

3. ดูสถาปัตยกรรมเก่าแก่

อย่างเช่น ที่ Burana Tower แวบแรกอาจจะดูไม่มีอะไร แต่พอเดินเข้าไปก็มีเสน่ห์ และดูขลังดี

ประภาคารเก่าที่ตั้งอยู่บนพื้นที่โล่งๆ ตอนที่ไปเจอนักท่องเที่ยวแค่กลุ่มเดียว ฮ่าๆ

 

สามารถเดินเข้าไปในประภาคารได้

เมื่อเดินเข้าไปจะเป็นบันไดแคบๆ 

 

และแล้วก็ขึ้นมาโผล่ข้างบน ชมวิว…โล่งจริงๆ 555 รับออกซิเจนได้เต็มปอด

พอลงมา เดินไปอีกสักหน่อยจะเป็นร้านค้าขายของที่ระลึก 

ลักษณะเป็น Yurt (กระโจมของชาวคีร์กีซ)

 

เข้าไปซื้อของที่ระลึกข้างในได้ (ถ้ามีคนอยู่นะ55 บางทีต้องไปเรียกคนมาเปิด)

ของที่ระลึกต่างๆ

 

4. ใกล้ชิดกับรูปปั้นโบราณ แฝงกลิ่นอายของอารยธรรมพื้นเมือง

เดินมาจาก Burana Tower ไม่ไกล ก็จะเห็นลานกว้างๆที่เต็มไปด้วยรูปปั้นโบราณ

สามารถเดินเข้าไปชมได้อย่างใกล้ชิด 

แต่อย่าไปลูบไล้นะจ๊ะ ดูแต่ตาก็อิ่มเอมแล้ว

 

5. เข้าไปอยู่ในหุบเขาหินแห่งเทพนิยาย

ที่นี่คือ Skazka Canyon หรือ เรียกกันว่า The Fairy Tale Canyon นั่นเอง

สามารถเดินไปได้ทั่ว แต่ต้องระวังเพราะบางจุดชัน และทางเดินขึ้นไปเป็นทรายแดงร่วนๆ ต้องใช้รองเท้าที่ยึดเกาะดีหน่อย ไม่งั้นจะลื่นไถลง่ายมาก

 

เดินขึ้นมาที่สูงหน่อย แล้วมองไปอีกฝั่งจะเห็นทะเลสาบ และริ้วเทือกเขาสวยๆ

ยิ่งใหญ่มาก คนเหลือตัวนิดเดียวเอง 🙂

 

6. ให้พญาเหยี่ยวเกาะแขน

 แค่เห็นจะงอยปากเหยี่ยว ก็หวาดเสียวแล้ว 

แถมตัวหนักมากๆ 

บางตัวก็ถูกปิดตาด้วย

 

7. อะเมซิ่งกับภูเขาหินที่เป็นรูปร่างแปลกตา มาพร้อมกับตำนานต่างๆ

Broken Heart Rock : ตามตำนานเล่าว่า ชายหนุ่มสองคนต้องมาต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงหญิงสาวสวยหนึ่งคน และท้ายที่สุดทั้งคู่ก็ตาย…หินก้อนนี้จึงเปรียบเสมือนใจที่สลายของหญิงสาวคนนั้น

 

Seven Bulls Rock หรือ Jeti-Oguz Canyon : ชื่อของหินนี้มาจากลูกวัวตัวน้อยทั้งเจ็ดในตำนาน ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในหุบเขาที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าที่อุดมสมบูรณ์

 

8. ใช้ชีวิตในหุบเขาท่ามกลางธรรมชาติ

การได้มาสูดไอดิน กลิ่นหญ้า นี่มันฟินสุดๆแล้ว

แถมได้ สูดกลิ่นขี้ม้า ขี้วัวด้วย ฮ่าๆ

มีทั้งวัว ม้า คลุกคลีได้อย่างใกล้ชิด แถมได้ดูชาวบ้านรีดนมวัวสดๆจากเต้าด้วย

 

และนี่คือที่พักของเรา ชอบมากเพราะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติสุดๆ

 

เข้าไปดูข้างในกันดีกว่า

ลักษณะของ Yurt เหมือนเป็นโครงไม้ แล้วเอาผ้าคล้ายพรมหนาๆมาซ้อนทับๆกัน ตอนนั้นยังคิดอยู่เลยว่าจะกันลม ฝน พายุไหวไหมนะ…แต่ปรากฎว่าเอาอยู่จริงๆ แถมอุ่น นอนสบายด้วย

ถ้าเป็น Yurt ขนาดใหญ่ ก็นอนได้หลายคนเลย

เมื่ออยู่ท่ามกลางป่าเขาแบบนี้ เวลาอาบน้ำก็จะลงไปอาบที่ลำธาร

ซึ่งก็แน่นอนว่าวันนั้น เราก็ไม่ได้อาบค่ะ 

มันหนาวมากกก 555

 

ส่วนห้องน้ำก็จะเป็นส้วมหลุม คือขุดหลุมลึกๆๆไว้ แต่ยังดีที่มีผ้ากั้นเป็นห้องๆให้

ส่วนกลิ่นไม่ขอบรรยาย ให้นึกสภาพว่ามีการหมักหมมในหลุมนั่นกันมานานแล้วกัน 😛

 

ตะวันเริ่มตกดิน มาพร้อมกับเมฆดำ ครึ้มฟ้า ครึ้มฝน

พอตะวันตกดินก็จะรวมกันไปกินอาหารเย็นสไตล์พื้นเมืองที่อีก Yurt นึง ซึ่งมีโต๊ะ เก้าอี้เตี้ยๆให้ เหมือนเป็นห้องอาหารไว้นั่งกิน นั่งเม้าท์ กลางป่าเขานั่นเอง

อาหารก็เป็นพวก ข้าว ไก่ ขนมปัง อะไรประมาณนี้

ซุปร้อน แต่ไม่เผ็ด

น้ำชา

กินอิ่มก็หลับสบายยาวถึงเช้าเลย zzzZZZ

 

ตื่นเช้ามา…

จะมีอะไรดีไปกว่า การที่ตื่นมาแล้วข้างหน้าเป็นภูเขา ลำธาร (แถมขี้วัวหน้าประตูกระโจม)

เมื่อคืนฝนตกหนักมาก แต่ก็ยังนอนอุ่นสบาย แถมน้ำไม่รั่วเข้ามาในกระโจมด้วยนะ ดีงาม

 

มีอ่าง สำหรับล้างหน้า แปรงฟัน

และนี่คืออาหารเช้า ไม่พ้นขนมปัง และชา

 

การมาพัก Yurt กลางหุบเขานี่มีอยู่ไม่กี่หลัง ต้องจองล่วงหน้าก่อน

ถ้าใครอยากนอน Yurt ริมทะเลสาบก็มีจ้า

 

ของที่เราไปพักจองได้จากที่นี่เลย http://www.golden-yurt.narod.ru/

 

9. ชมสถานที่โบราณทางศาสนาที่ดูมีมนต์ขลัง

Holy Trinity Russian Orthodox Cathederal

นอกจากโบสถ์นี้แล้ว ยังมีวัดที่ตกแต่งเป็นลักษณะจีนโบราณด้วยนะ

 

10. เดินเล่นในสวนสาธารณะสุดชิลล์

เงียบสงบ เข้าถึงธรรมชาติสุดๆ สามารถพาคู่รักมาเดินเล่น สวีทกันได้ 🙂

บางแห่งมีรถถีบให้เช่าด้วย

 

11. นอนฟังเสียงคลื่น บนชายหาดที่เงียบสงบ

ได้พักสายตา…เมื่อมองไปข้างหน้าจะพบริ้วเทือกเขาเรียงรายอยู่ที่เส้นขอบฟ้า

 

12. ย้อนยุคไปสมัยมนุษย์ยุคหิน

ที่นี่คือ Museum of Petroglyphs

เป็นลานกว้างๆ มีหินเรียงรายอยู่เต็มไปหมด

แต่! ที่ก้อนหินเหล่านั้น มีทั้งภาพวาด อักษรเขียนสมัยมนุษย์ยุคหินอยู่

ลองทายกันดูได้ว่าเป็นรูปอะไร…

เหลือเชื่อมากๆ ว่าเค้าสามารถอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดีมากทีเดียว

บ้านหลังเล็กๆสีขาวนั้น จะมีคนดูแลที่นี่อยู่ (เป็นผู้หญิงสาวสวยทีเดียว) พอมีคนเดินเข้ามา เค้าก็จะเดินมาเก็บเงินค่าเข้า แต่ไม่แพงเลยนะ

เดินทายหินไปเรื่อยๆ สนุกดี โดยเค้าจะมีเขียนคำบรรยายไว้ให้ว่าเป็นรูปอะไรบนหิน ตั้งแต่ยุคสมัยไหน

…แถมอากาศก็ดี วู้วววว 🙂

 

13. เดินดูงานศิลปะเก๋ๆ แนวๆ ตามตึก

ศิลปะตามผนัง

 

ตึกเก๋ๆ ในเมือง Bishkek แถมโฮสเทล ร้านกาแฟ ก็ตกแต่งได้แนวมาก

 

14. เดินเล่นในเมืองหลวง Bishkek

โรงหนัง

 

สวนกลางใจเมือง

 

Victory square

 

15. พบเจอกับผู้คนที่น่ารัก และเป็นมิตร

คุณลุงคนขับรถเห็นเรากำลังถ่ายรถบัส แกเลยลงมาถ่ายด้วยซะเลย

ไม่ใช่เพียงแต่คุณลุงคนนี้นะ ทุกคนที่เราเจอก็อัธยาศัยดี เป็นมิตรมาก น่ารักทุกคน 

 

16. ลองไปเดินจ่ายตลาดดู

สภาพในตลาด …มีคลินิคทำฟันอยู่บนตึกนั้นด้วยหละ จะมาลองใช้บริการดูก็ได้นะ 🙂

 

มาส่องหนุ่ม ทำขนมปัง…

แต่ดูท่าจะแข็งเหลือเกิน 555

 

ส่องหนุ่มขายถั่วบ้างซิ…

ถั่วเยอะจนตาลาย แม่ค้าก็ยื่นให้ชิมจนมึนกันเลยทีเดียว

 

17. ลองกินอาหารพื้นเมือง

ที่นี่สไตล์อาหารจะเป็นพวก แป้ง ไก่ วัว แกะ แพะ (ไม่มีหมูน่ะ)

และที่ดังคือ เนื้อม้า นมม้าก็มี

สั่งข้าวผัด ก็ได้แต่ข้าวจริงๆ ฮ่าๆ

 

18. เจออะไรแปลกใหม่ให้ร้อง ว้าว!

เช่น  อ่างล้างมือกลางแจ้ง ที่ไม่มีก็อกน้ำประปา ต้องใช้น้ำกรอกใส่กรวยเหล็กนั่นก่อน

 

ห้องน้ำ ที่ไม่มีชักโครก ไม่มีน้ำราด และที่สำคัญ ไม่มีประตู 😛

อย่าส่องเยอะ เดี๋ยวเห็นของดีนะ อิอิ

 


และทั้งหมดนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่เราได้จากการไป ตะลุยคีร์กิซสถาน จ้า

(ปล. ตอนที่ไปเป็นช่วงเดือนกรกฎาคม ค่ะ)

 

บอกได้เลยว่า ประเทศนี้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ประทับใจสุดๆของเราเลยหล่ะ 🙂

แต่ “คีร์กีซ” ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง

 

การขอวีซ่าเข้าประเทศคีร์กีซสถาน : คลิกที่นี่

ประกันการเดินทาง : คลิกที่นี่


สถานที่ซื้อเป้และอุปกรณ์ท่องเที่ยวของแท้ 100%

สถานที่ขายเป้หรืออุปกรณ์ท่องเที่ยวแท้มันก็ควรจะเป็นที่ๆน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ไปขายกันที่ตลาดโรงเกลือ สำเพ็ง หรือว่าที่ฮานอยในเวียดนามถูกไหมครับ

แนะนำกันตรงนี้เลยละกันนะครับ เพราะมันคือร้านที่ผมสร้างมันขึ้นมาเองกับมือที่ชื่อว่า “The Puffin House”

ไม่ว่าจะเป็นเป้ Deuter, Osprey, Columbia ที่นี่คือของแท้ 100% ผมเป็นคนติดต่อเองทั้งหมดจากผู้แทนในประเทศไทยทั้งหมด

ซื้อของจากที่นี่ ถ้ามีปัญหาจะส่งกลับมาให้ทางร้านผม หรือว่าจะไปที่ศูนย์บริการตามห้างก็ได้ครับ เพราะสุดท้ายปลายทางคือเข้าโรงงานเหมือนกัน

Comments

comments