[หมอตะลุยโลก] Let’s go Similan – ดำดิ่งใต้ท้องทะเลอันดามัน หมู่เกาะสิมิลัน เกาะตาชัย และกองหินริเชริว

Posted by  worldwantswandering@gmail.com   in       3 weeks ago     667 Views     Comments Off on [หมอตะลุยโลก] Let’s go Similan – ดำดิ่งใต้ท้องทะเลอันดามัน หมู่เกาะสิมิลัน เกาะตาชัย และกองหินริเชริว  

ถ้าจะมีใครสักคนหนึ่งที่พูดคำว่า “สิมิลัน” ขึ้นมาท่ามกลางหมู่นักท่องเที่ยวคนไทย คงไม่มีใครไม่รู้จัก

ถ้าถามละเอียดขึ้นไปอีกนิดว่ามีใครบ้างที่เคยมาสัมผัสน้ำทะเลสีใสและหาดทรายที่นุ่มดุจเม็ดแป้ง

โลกเหนือผิวน้ำของสิมิลันว่าสวยแล้ว แต่โลกใต้ผิวน้ำของสิมิลันกลับสวยยิ่งกว่าหลายร้อยเท่า

“หินใบ” (sail rock) คือสัญลักษณ์ว่าตอนนี้เรามาถึงหมู่เกาะสิมิลันแบบเป็นทางการ

และนี่คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยโลกใต้ทะเลของผมในครั้งนี้

สิ่งที่เห็นใต้ทะเลมันได้เปลี่ยนความคิดของผมไปตลอดกาล!!

ก่อนจะไปไหนไกล ขอเปิดตัวด้วยภาพกองหินริเชริว สุดยอดสถานที่ดำน้ำของเมืองไทยและของโลก !!!

แผนการตะลุยโลกใต้น้ำในครั้งนี้

ด้วยความที่หมู่เกาะกลางทะเลอันดามันค่อนข้างอยู่ห่างจากชายฝั่งพอสมควร และสถานที่ดำน้ำแต่ละอยู่กระจัดกระจายกัน การมาด้วยวิธี liveaboard จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการท่องโลกใต้ทะเลอันดามัน

ส่วนใหญ่แล้วเราจะต้องมีเวลาขั้นต่ำ 5 วัน 4 คืนเป็นอย่างน้อย เพราะว่าต้นทุนในการออกเรือนั้นสูงมาก และจุดน่าสนใจมีอยู่มากมาย ด้วยเวลาขั้นต่ำประมาณนี้จะทำให้เราได้มีโอกาสไปครบทุกกองหินที่ได้ชื่อว่าสวยไม่แพ้ที่ใดๆในโลกได้อย่างครบถ้วน

ผมขอเล่าคร่าวๆถึงหมู่เกาะสิมิลันที่ประกอบไปด้วยเกาะ 9 เกาะ

1. เกาะหนึ่ง หรือเกาะหูยง
ชายหาดของเกาะนี้เป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลหลายชนิด จึงไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต

2. เกาะสอง หรือเกาะปาหยัง
บรรยากาศคล้ายๆเกาะหนึ่ง

3. เกาะสาม หรือเกาะปาหยัน
ใต้น้ำบริเวณเกาะแห่งนี้มีกำแพงหินที่เกิดตามธรรมชาติเรียกกันว่า Boulder city และ  Sharkfin reef สันฉลามโดยเกาะ 1-3 นี้จะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นเกาะได้ครับ

4. เกาะสี่ หรือเกาะเมี่ยง
เกาะเมี่ยงใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะสิมิลัน เป็นที่ตั้งของบ้านพักอุทยานสำหรับคนที่จะมาค้างคืนที่นี่ มีแหล่งดำน้ำตื้นสำหรับการใช้ snorkel ได้ มีจุดชมวิวๆสวยหลักล้านคือ “จุดชมวิวล้านข้าหลวง”

5. เกาะห้า
เกาะห้า เป็นเกาะหินลูกเล็กๆ ที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะห้ามีจุดดำน้ำที่น่าสนใจมาจุดหนึ่งชื่อว่า สวนปลาไหล( Garden Eel) ตั้งชื่อตามลักษณะของผืนดินใต้น้ำที่มีปลาไหลตัวเล็กๆ สีขาวอาศัยอยู่ บนพื้นทายชูคอกันอยู่เต็มไปหมด นอกจากนั้นหินใต้น้ำที่มีสิ่งมีชีวิตสวยงามจำพวกปะการัง อ่อน กัลปังหาต้นใหญ่ๆ ตลอดจนมีฝูงปลาเล็ก อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

6. เกาะหก หรือเกาะปายู
อีกเกาะหนึ่งใกล้ๆ กันที่นักท่องเที่ยวมักแวะดำน้ำก็คือ เกาะหกหรือเกาะปายู ซึ่งเกาะนี้จะมีลักษณะเป็นภูเขาหิน และมีชายหาดอยู่ทางด้านตะวันออก ซึ่งทางด้านนี้ของเกาะหก นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำชมปะการังกัน เพราะมีทั้งปะการังแข็ง ปะการังอ่อน และกัลปังหา

7. เกาะเจ็ด หรือเกาะหินปูซาร์
เป็นเกาะหินขนาดไม่ใหญ่มาก จุดดำน้ำดังๆคือ Deep Six, Elephant head และ East of Eden

8. เกาะแปด หรือเกาะสิมิลัน
เกาะแปดคือสัญลักษณ์ตัวแทนหรือภาพที่ิติดตาคนทั่วโลก “หินใบ” หินแกรนิตรูปทรงเหมือนเรือใบที่ตั้งอยู่บนยอด สามารถเดินขึ้นได้และมองไปจะเห็นอีกเจ็ดเกาะที่เหลือในแค่คืบมือ ทีนี่ยังเป็นสถานที่ตั้งแคมป์ของนักท่องเที่ยวด้วย แถวนี้จะเป็นแหล่งดำน้ำตื้นสำหรับ snorkel

9. เกาะเก้า หรือเกาะบางู
ที่ตั้งของจุดดำน้ำชื่อดังคือ Christmas point, Three tree และ North point

จากตรงนี้ไปจะเป็นทะเลเปิดอันกว้างใหญ่จนไปถึงอีก 2 เกาะ ที่อยู่เหนือออกไปไกล แต่คนไทยรู้จักกันดีมากๆนั่นคือ

10. เกาะบอน (ฺBon)
จุดเด่นคือช่องเขาทะลุที่เกิดจากหินที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนเป็นโพลง เกาะนี้ไม่มีชายหาดจึงไม่สามรถขึ้นฝั่งได้ แต่โลกใต้ทะเลสวยเด็ดไปเลยและที่สำคัญคือที่นี่สามารถพบเจอกระเบนราหูได้ง่ายกว่าจุดอื่น

11. เกาะตาชัย (Tachai)
เกาะยอดนิยมของสายวันเดย์ทริป แต่สำหรับชาว Liveaboard แล้วเราจะไม่ได้ขึ้นฝั่งกันแต่จะลงไปกันที่โลกใต้ทะเลรอบๆเกาะตาชัยกันแทน

พื้นที่บริเวณนี้จะเรียกรวมๆกันว่า “หมู่เกาะอันดามันเหนือ” (North Andaman)

ประกอบไปด้วย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ที่รวมไปถึงเกาะบอนและเกาะตาชัย

และเหนือขึ้นไปอีกคืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ซึ่งรวมไปถึง “กองหินริเชริว”

ส่วนอันดามันใต้ (South Andaman) ก็จะเป็นบริเวณเกาะที่อยู่ใต้พังงาลงในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูลครับ

ก่อนจะไปไหนมาไหนก็มาเอาฤกษ์เอาชัยกันที่เกาะแปด

เรือลำใหญ่ๆที่เห็นอยู่ไกลๆก็คือ MV Deep Andaman Queen ของผมเอง

เราออกเดินทางจากท่าเรือทับละมุที่พังงาเมื่อตอนประมาณสองทุ่มของเมื่อวานนี้ตื่นมาอีกทีก็อยู่ที่แล้ว

การดำในแพจเกจ 5 วัน 4 คืน จะมีทั้งหมด 14 ไดฟ์ครับ

วันที่ 1 ทางบริษัท Deep Andaman Queen จะตะเวนรับนักดำน้ำทุกคนไล่ขึ้นมาจากตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตมาจนถึงท่าเรือทับละมุ จุดรับก็แล้วแต่ตกลงกัน จะเป็นที่สนามบินภูเก็ตก็ได้ครับ แต่โดยสรุปแล้วทุกคนก็จะมารวมตัวกันที่เรือในเวลาประมาณ 20.00 ของวันแรก แล้วหลังจากนั้นเรือก็จะออกท่องทะเลในคืนเดียวกัน

วันที่ 2 ดำ 4 ไดฟ์ ในเขตของเกาะ 1-8 ของหมู่เกาะสิมิลัน

วันที่ 3 ดำ 4 ไดฟ์ ในเขตของเกาะบอน และเกาะตาชัย

วันที่ 4 ดำ 4 ไดฟ์ ที่กองหินริเชริว

วันที่ 5 ดำ 2 ไดฟ์ ที่ซากเรืออัปปางบุญส่ง

โดยสถานที่ดำน้ำจะแปรเปลี่ยนไปตามการตัดสินใจของ Trip leader ประจำเรือ โดยยึดตามผลประโยชน์ของนักดำน้ำเป็นสำคัญครับ

อันนี้คือเรือของผมเอง MV Deep Andaman Queen

เรืออันนี้เป็นเรือ Liveaboard ที่ใหญ่ที่สุดลำหนึ่งของเมืองไทย เปิดให้บริการท่องทะเลไทยและพม่ามากว่าสิบปีแล้ว ลูกค้าปัจจุบันจะเป็นชาวต่างชาติซะเยอะเลยทำให้มีกลิ่นอายของตะวันตกอยู่พอสมควร แต่ทีมงานเรือเป็นคนไทยทั้งหมดนะครับ ชีวิตของนักดำน้ำในเรือ Liveaboard ก็จะขึ้นๆลงๆเรืออยู่ตลอดเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก ข้อมูลของเรือลำนี้สามารถดูได้จากภาคผนวกในส่วนล่างสุดของบทความครับ

สำหรับแพจเกจราคาคร่าวๆตอนนี้จะมีส่วนลดพิเศษ 20% สำหรับคนไทยโดยเฉพาะในช่วงนี้จนถึงปลายปี 2561 นะครับ ติดต่อได้ที่อีเมล์ info@deepandamanqueen.com หรือเบอร์ติดต่อ 0814926953 คุณศุภสิทธิ์ แล้วแจ้งรหัสการจองว่า “JOE” นะครับ (ต้องแนบไฟล์สำเนาบัตรประชาชนไปด้วยนะครับ)

บนเรือมีอะไรให้เราใช้บ้าง

สำหรับอุปกรณ์ดำน้ำทุกอย่าง ถ้าชีวิตไม่มีอุุปกรณ์อะไรเลย ก็ติดแต่กางเกงว่ายหรือชุดว่ายน้ำมาตัวเดียวพอครับ

บนเรือ MV Deep Andaman Queen มีให้ยืมทุกอย่างในแพคเกจหมดแล้ว ไล่ไปตั้งแต่ Wet suit, BCD, regulator, fin, oxygen tank

ส่วนสิ่งต้องมีมาเองคือ Dive computer แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องไปลงทุนซื้อเพราะมีให้เช่าเช่นเดียวกันเป็น Suunto รุ่น Zuup ราคาค่าเช่าวันละ 300 บาทครับ กี่วันก็คูณไป

ทีนี้ถามว่าต้องเอาเสื้อผ้ามากี่ตัว เตรียมอะไรมาบ้าง

สิ่งที่บนเรือมีให้

  • ผ้าขนหนู เช็ดตัว และ เช็ดหน้า จะมีให้คนละ 1 ชุด เอาไว้ใช้ตลอดทริปครับ
  • ผ้าขนหนูสำหรับใช้ระหว่างวันแนวๆ beach towel ครับ วันละ1 ผืน เช่นเดียวกัน
  • พวกอุปกรณ์อาบน้ำเช่น สบู่ แชมพู มีหมดแล้ว

เท่ากับเตรียมแต่ชุดกับเครื่องในส่วนตัวมาแค่นั้นพอ จริงๆจะว่าไปชุดก็ไม่ต้องเอามาเยอะ เพราะก็ใส่ซ้ำๆไปนั้นแหละครับ ชีวิตครึ่งวันอยู่ในท้องทะเลไม่ได้มีเหงื่ออกอะไรมากมายเลย

สำหรับคนที่ดำแบบ Nitrox บนเรือก็มีให้บริการเช่นกันนะครับ


First Dive / Check Dive

ในไดรฟ์แรกเกือบทั้งหมดจะเป็น check dive หมายความว่าเป็นการดำน้ำแบบเรียกว่าซ้อมใหญ่ก็ว่าได้

คนบางคนที่ไม่ดำน้ำมานานมาก แบบผม คือดำครั้งล่าสุดราวๆ 6 เดือนที่แล้ว เรียกมีแต่ความรู้สึกว่าเป็นอย่างไร แต่ความคุ้นเคยไม่เหลือซักกะนิด ต้องถ่วงน้ำหนักกี่กิโลที่เอวก็จำไม่ได้ ก่อนมาก็ถามทางทีมงานเรืออยู่ว่าต้องไปลง refresh course ของ PADI ไหมสำหรับคนที่ห่างเหินไปนาน แต่ก็ได้ความมาว่า “ไม่ต้องทำ” เพราะในไดรฟ์แรกเดี๋ยวทาง Dive leader เขาจะเช็คทุกอย่างและทบทวนทุกอย่างกันอีกครั้งในน้ำแล้วค่อยเริ่มของจริงกัน

เพราะฉะนั้นจะยังไปกันไม่ค่อยลึกมากครับ เน้นกลับมาทำตัวให้คุ้นเคยกับโลกใต้ทะเลอีกครั้ง

แต่ที่สำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอก็คือ อันนี้ไม่ใช่การมาเรียนดำน้ำแล้วนะครับ มันคือการดำน้ำของคนที่ถือบัตรรับรองเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่แน่ใจหรือขาดความมั่นใจแบบจริงจังการไปลง course refresh มาก่อนก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ไม่งั้นเราจะได้ชื่อว่ากลายเป็นผู้ที่ทำลายธรรมชาติไปโดยไม่ตั้งใจ โดยการเตะปะการัง หรือเตะฝุ่นขึ้นมาจากพื้นจนอาจสร้างความงงงวยให้กับเพื่อนร่วมทีม

ควรจะดำน้ำเป็นมาก่อนแล้ว

หนึ่งใน requirement ของการมาดำน้ำ liveaboard ก็คือเราต้องเป็นนักดำน้ำที่เป็นอย่างน้อย Open water มาแล้ว (ของ PADI หรือเทียบเท่ากันของสถาบันอื่นๆ) ถ้าดำน้ำไม่เป็นเลยไม่สามารถมาได้

แต่ถ้าคนที่อยากจะมาเรียนหลักสูตรเพิ่มเติมบนเรือนั้นสามารถทำได้ครับ เช่นอยากจะเป็น Advance open water ก็แจ้งทาง Trip leader ไว้ก่อนได้เลยเขาจะได้หาครูฝึกมาเตรียมให้

โดยส่วนตัวคำแนะนำของผมสำหรับการมาสิมิลันถ้าเป็น Advance open water มาเลยก็จะดีมากครับ เพราะหลายๆที่ความลึกโดยเฉลี่ยนั้นมากกว่า 18 เมตรครับ

หลืบช่องว่างตามในขอบหินมีให้หามุมดีๆไปถ่ายรูปได้เรื่อยๆ

ว่าแล้วก็ไปดูเพื่อนร่วมโลกใต้น้ำกันเลยดีกว่า

Dive computer

เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ผมได้ลองเล่นของใหม่ในชีวิต มันเป็นสิ่งที่รูปร่างเหมือนนาฬิกาข้อมือทั่วๆไป แต่ความสามารถของมันมากกว่านั้นเยอะครับ สิ่งนี้เราเรียกว่ากันแบบไทยๆว่า “ไดฟ์คอม” หรือ “Dive computer” ซึ่งบนเรือ Deep Andaman Queen จะมีให้เช่าวันละ 300 บาท (หรือถ้ามีอยู่แล้วก็ไม่ต้องเช่าครับ)

ตอนสมัยที่เรียนดำน้ำก็ไม่ค่อยจะรู้สึกว่ามีประโยชน์เท่าไร เพราะส่วนใหญ่ก็ตามครูตามเพื่อนไปตลอดเวลา ครูว่าซ้าย เราก็ซ้าย เขาว่าขวา เราก็ขวา เขาบอกให้ขึ้นจากน้ำเราก็ขึ้นตาม แต่มาถึงจังหวะเวลาที่ไม่ใช่นักเรียน แต่เป็นคนที่ต้องดำน้ำด้วยตนเองแล้ว ถึงรู้ว่ามันสำคัญมาก ไม่ใช่เพราะเอาไว้ดูเวลานะครับ แต่ประโยชน์ของมันคือมันทำให้เราไม่เป็น “โรคน้ำหนีบ” (Decompression sickness) นั่นเอง

ถ้าดูตามหน้าปัดนาฬิกา จะเห็นคำว่า No Dec Time ซึ่งก็คือ No decompression time แปลเป็นภาษาคนง่ายๆคือ นั่นคือเวลาที่ผมสามารถอยู่ในน้ำที่ระดับความลึกนั้นๆ ได้กี่นาทีโดยที่ยังไม่น่าจะมีความเสี่ยงจากโรคน้ำหนีบ ซึ่งถ้าอยู่นานกว่านี้ความเสี่ยงจะมากเป็นทวีคูณ และเวลานี้จะแปรผันโดยตรงกับความลึก ด้วยความที่มนุษย์เราไม่ใช่ปลา เราไม่สามารถกะความลึกด้วยสายตาหรือความรู้สึกได้เลย ยิ่งสายตาเวลามองในน้ำลึกๆจะเห็นวัตถุใกล้และใหญ่กว่าปกติอยู่แล้ว ความลึก 20 เมตร 15 เมตร หรือ 10 เมตร บางครั้งแทบจะรู้สึกว่าลึกเท่ากัน และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไม Dive computer ถึงสำคัญมากๆ

ปลาไหลมอเรย์ (Moray eel) ที่ชอบซุกตัวตามหลืบ อย่าเข้าไปใกล้ๆนะครับมันดุอยู่

การจะเห็นเต่าทะเลว่ายอยู่ในน้ำหรือกำลังหาอะไรกินอยู่ ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องแปลกที่สิมิลันครับ เพราะบริเวณเกาะหนึ่งคือแหล่งวางไข่ของเต่าทะเลขนาดใหญ่ของทะเลอันดามัน

หรือจะดูม้าน้ำก็มีให้ดู

ส่วนใหญ่เราจะปิดท้ายการ check dive กันที่ประติมากรรมใต้สมุทรลึกลงไปท้องทะเล

Liveaboard life

การอยู่บน liveaboard เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยคุ้นเคยสำหรับคนไทยเท่าไร Liveaboard คือการมากินนอนบนเรือแบบจริงจัง เรือของเราจะเปรียบเสมือนบ้านที่ลอยน้ำได้ โดยที่เรือจะพาเราไปยังจุดดำน้ำที่ต่างๆ (Dive site) ที่ทางหัวหน้าทีมดำน้ำวางแผนเอาไว้โดยขึ้นกับความเหมาะสม เช่น สภาพอากาศ สภาพคลื่นในทะเล หรือความแออัดของนักดำน้ำที่อยู่ในบริเวณนั้น เพราะฉะนั้นแผนอาจจะไม่ตายตัว ปรับยืดหยุ่นไปตามเรื่องราว

เรื่องของคุณภาพชีวิตจะขึ้นอยู่กับเรือที่เรามาเป็นหลักเลยครับ อย่างเรือ Deep Andaman Queen ที่ผมมาซึ่งก็ถือว่าเป็นเรือที่ใหญ่เป็นลำดับต้นๆของวงการท่องทะเลอันดามันเลยทีเดียว

เดี๋ยวมาดูคุณภาพชีวิตกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไร

อาหารการกินกลางทะเล

อาหารการกินบนเรือต้องบอกว่าเยอะจุใจ กินจนพุงกางทุกมื้อ วัตถุดิบทุกอย่างจะเตรียมมาจากฝั่งหมดแล้ว

อาหารบนเรือ Deep Andaman Queen จะออกแนวภาคกลางกินได้ง่ายสำหรับทุกคน แต่ก็จะมีปนๆความเป็นตะวันตกอยู่บ้างเล็กน้อยเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นฝรั่งเท่าที่เห็น

อาหารเช้า จะเป็นแบบ American breakfast เลยครับ แฮม เบคอน ไข่ดาว และอื่นๆแบบจัดเต็ม ให้อารมณ์คล้ายๆกินอาหารเช้าที่โรงแรม

อาหารเที่ยง ก็จะเป็นกึ่งฟิวชั่นไทยผสมฝรั่ง อาจจะเป็นข้าวผัดกับสปาเก็ตตี้ กับเนื้อหรือไก่ และสลัดผัก อะไรอีกจานถึงสองจานครับ

อาหารว่าง มักจะเป็นอาหารมื้อรองท้อง จะได้กินหลัง dive ที่ 3 ของวันครับ เป็นอารมณ์พวกซาลาเปา ขนมจีบ อะไรแบบนี้

อาหารเย็น คือมื้อที่จัดหนักจัดเต็มที่สุด ไก่ย่างเป็นตัว หรือสเต๊กเป็นชิ้นๆก็จัดกันบนเรือเลยนี่

นอกจากนี้แล้วเครื่องดื่มบนเรือทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำเปล่า พวกนี้มีให้ไม่อั้นตลอดทาง สิ่งที่ไม่รวมอยู่จะเป็นพวกเครื่องดื่มผสมแอลกฮอล์ครับ

กลับมาจากเรือรอบนี้ ถ้าน้ำหนักไม่ขึ้นก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

สำหรับคนที่บางครั้งเบื่ออาหารแบบฝรั่งๆเช่น American breakfast ก็สามารถแจ้งกับแม่ครัวขอให้ทำอาหารตามสั่งตามใจเราได้เลยเช่นกัน


Night dive

หนึ่งในไดฟ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการดำน้ำในเวลาเย็นๆหรือ night diving ซึ่งการลงไปในช่วงเวลากลางคืนนอกเหนือจากความตื่นเต้นของการที่ระยะมองเห็นของตาลดลงมากแล้ว ก็จะเป็นโอกาสที่ดีในการส่องสัตว์บางประเทศหรือปะการังบางชนิดที่เวลาสะท้อนสีแล้วจะสดใสกว่าช่วงเวลาอื่นๆของวัน

เวลาที่ทำ night dive กันก็จะเป็นเวลาที่ก่อนพระอาทิตย์กำลังจะตก ยังพอมีแสงให้บ้าง แต่เมื่อพอลงไปใต้น้ำแสงจะลดลงไปมากยิ่งความลึกที่มากขึ้นก็อาจจะกลายเป็นความมืดมิดไปเลยถึงแม้ข้างบนจะพอมีแสงอยู่บ้างก็ตาม

หลังจากลงไปเราก็ไปรวมกลุ่มกันใต้น้ำให้พร้อม รอจน dive leader ส่งสัญญาณว่าทุกคนพร้อม แล้วจึงลงไปพร้อมๆกัน

การถ่ายรูปใต้น้ำในเวลากลางคืนเป็นอะไรที่ท้าทายพอสมควร แฟลชกล้องเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก ไม่นับว่าต้องให้สมาธิกับเส้นทางข้างหน้าด้วยแล้ว

สีสรรของปะการังจะเห็นได้ชัดเจนและสวยงามเสมอเมื่อถ่ายภาพด้วยแฟลช

Night dive รอบนี้อยู่ในน้ำได้ไม่นานมาก เพราะกระแสน้ำค่อนข้างแรงมากๆ และอีกอย่างคือเป็น dive ที่ 4 ของวันแล้ว ปกติก็จะไม่ลงลึกไม่อยู่นานมาก เพราะว่าปริมาณไนโตรเจนที่สะสมในร่างกายถือว่ามากพอสมควรแล้วครับ

โผล่ขึ้นมาจากน้ำก็ส่งสัญญาณเรียกทีมงานที่กำลังมองหาเราอยู่ หลังจากนี้เราก็แค่ทำหน้าที่จับเชือกที่อยู่ท้ายเรือยางเล็ก (Dinghy) แล้วหลังจากนั้นเขาก็จะลากเราไปที่เรือใหญ่คือ Deep Andaman Queen ต่อไป

ที่หลับที่นอน

สิ่งเดียวที่ทำให้ราคาแพคเกจของการ liveaboard ที่อันดามันไม่เท่ากันก็คือ ระดับของห้องนอนที่เราเลือกมาพักนั่นเอง นอกจากนั้นแล้วเหมือนกันทุกอย่างครับ

ที่นอนบนเรือ Deep Andaman Queen มีหลากหลายระดับราคา แล้วแต่ความพอใจของเรานั่นเอง

แบบที่ผมเลือกมาพักจะเรียกว่า Standard Quad ก็คือแบบ 4 เตียงในห้องเดียวกัน มีห้องน้ำในตัว แชร์กันเอง 4 คนครับ ทริปนั้นเพื่อนร่วมห้องอีกสามคนเป็นนักดำน้ำจากญี่ปุ่นและอียิปต์ สนุกไปเลย

ทุกเตียงจะมีไฟส่วนตัวเอาไว้อ่านหนังสือหรือทำธุระส่วนตัว หมอนกับฟูกนุ่มกำลังดี นอนหลับได้สบายครับ

แต่ละเตียงก็จะมีปลั๊กไฟส่วนตัวเอาไว้ชาร์ตแบตกล้องได้เช่นเดียวกัน ที่เก็บของสามารถเก็บในตู้ที่มีอยู่สองอันได้ครับ หรือเก็บบนที่ว่างของเตียงบนซึ่งใหญ่พอสมควร

ถ้ามากันแบบเป็นกลุ่มเพื่อนนี่ผมว่าห้องแบบนี้น่าจะสนุกและประหยัดที่สุด

สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

  • เครื่องปรับอากาศ แต่ปกติแนะนำให้เปิดที่อุณหภูมิประมาณ 27-28 องศา เพราะเราต้องการอุณหภูมิที่พอเหมาะและไม่ทำอากาศแห้งมากเกินไป จนอาจจะทำให้เราคัดจมูกได้ เพราะนั่นคือจุดจบของการดำน้ำในวันนั้น
  • เครื่องทำน้ำอุ่น เหมือนแบบที่อยู่ในโรงแรมเลยครับ ปรับความร้อนได้ตามใจ น้ำแรงสะใจ
  • ชักโครกก็เป็นแบบมีที่ฉีดก้นด้วย
  • อ่างล่างหน้าเอาไว้สำหรับซักล้างหรือแปรงฟัน
  • สบู่อาบน้ำ ล้างมือ แชมพูสระผมมีไว้ให้บริการหมดแล้วในห้องน้ำครับ

อันนี้เป็น Standard triple ครับ ก็เหมือนห้องด้านบนแต่ปรับเป็นสามเตียงแทน

มีห้องน้ำในตัวเช่นเดียวกันครับ

อันนี้คือ Master Cabin ห้องอยู่ตรงที่หัวเรือพอดี วิวจะสวยที่สุดครับ จะเรียกว่าห้องฮันนีมูนก็ว่าได้นะผมว่า

สรุปห้องนอนทั้งหมดของเรือ Deep Andaman Queen จะมีทั้งหมด 9 ห้อง รับแขกได้ทั้งหมด 21 คนตามนี้ครับ

  • 1 Master cabin
  • 5 Deluxe cabins
  • 1 Standard Quad cabin
  • 1 Standard Triple cabin
  • 1 Standard Twin cabin

แสงแรกที่สิมิลัน

หนึ่งในสิทธิพิเศษของการ liveaboard คือเราจะได้เห็นสิมิลันในมุมที่ไม่ปกติ

แสงแรกหรือแสงสุดท้ายเป็นอะไรที่งดงามแบบที่คาดคิดเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

บรรดาเรือ liveaboard ก็จะพามาจอดทอดสมอกันตรงเวิ้งอ่าวเพื่อหาที่ๆน้ำนิ่งที่สุดจนทำให้การนอนบนเรือบางครั้งยังนึกว่านอนอยู่ในโรงแรม


เกาะบอน (Bon island)

เกาะเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างเกาะเก้าของหมู่เกาะสิมิลันและเกาะตาชัย เกาะบอนเป็นเกาะที่ไม่มีชายหาด พื้นที่โดยรอบเป็นแก่งและโขดหิดทั้งหมด เกาะบอนจึงไม่ใช่ที่สำหรับ snorkeling หรือจะเล่นทะเลแบบเกาะอื่นๆที่เราคุ้นเคย ในทางตรงกันข้ามแล้ว เกาะบอนกลับเป็นที่รู้จักกันอย่างดีในวงการดำน้ำ เพราะที่ถือว่าเป็นอีกแห่งที่มีโอกาสเจอฉลามวาฬและกระเบนราหูได้มากสุดอีกที่หนึ่งของประเทศไทย

ปลาหมึกยักษ์ที่เกาะบอน


เกาะตาชัย (Tachai island)

เกาะตาชัยเป็นอะไรที่ดังเป็นพลุแตกในเรื่องหาดที่มีเม็ดทรายละเอียดนุ่มที่สุดและน้ำทะเลที่ใสที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย เกาะตาชัยเป็นที่นิยมอย่างมากของนักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบไป-กลับวันเดียวจากพังงา ก่อนหน้านี้ผมก็เข้าใจว่าเกาะตาชัยมีเพียงเท่านี้ครับ

แต่พอได้มาอยู่ในเส้นทางของการดำน้ำแล้วถึงรู้ว่าทางทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะตาชัยนี่คือแหล่งดำน้ำระดับโลก ที่ไม่สามารถใช้สน๊อคเกิ้ลมาเยือนได้

ที่นี่มีชื่อว่า “ตาชัย พินนาเคิล” (Tachai Pinnacle) 

ตาชัย พินนาเคิล (Tachai Pinnacle) 

ทะเลอันดามันจะมีพวกปะการังที่ไม่ได้พบในฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะกลุ่มปะการัง Sea Fan

มองเผินๆ จะคิดว่าปะการังพวกนี้เป็นต้นไม้ แต่ที่ไหนได้จริงๆแล้วมันคือสัตว์นะครับ เป็นสัตว์ที่อยู่ในไฟลัมไนดาเรีย (Cnidaria) วกเข้าเรื่องชีววิทยานิดนึง

ที่เราเห็นเป็นแพๆจริงๆแล้วมันก็ประกอบด้วยเซลล์ของสัตว์จำนวนมากมายที่ประกอบร่างกันขึ้นมาแล้วทำงานไปในทิศทางเดียวกันแบบร่างกายมนุษย์นี่แหละครับ

จากใต้ทะเลเราจะเจอปะการังกลุ่มนี้เยอะมากๆ จนบางครั้งรู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในโรงโอเปร่าขนาดยักษ์

กองพัน Barracuda

การอยู่ท่ามกลางฝูงบาราคูด้าที่มาเป็นกองทัพทำให้อะดรีนาลีนหลั่งทุกครั้ง

ไม่รู้ธรรมชาติออกแบบมาได้อย่างไร บาราคูด้าพวกนี้ถึงเคลื่อนที่ไปเป็นกองทัพแบบนี้ทุกครั้ง

บาราคูด้าเป็นหนึ่งในปลาที่หน้าบึ้งที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นในท้องทะเล

Barracuda Cyclone

ฝูงบาราคูด้าเป็นปลาที่ชอบอยู่กันเป็นฝูงและชอบมารวมตัวกันแบบนี้เรียกว่า “ไซโคลนบาราคูด้า”

Finding Nemo

และปลาที่มักจะสร้างรอยยิ้มให้กับนักดำน้ำทุกครั้งยามที่พบเห็นก็คงหนีไม่พ้นที่ปัจจุบันคนไทยเรียกกว่า “ปลานีโม่” ไปหมดแล้ว

เจ้านีโม่จะเจอได้ไม่ยากตามที่อยู่ของดอกไม้ทะเล ถ้าเจอดอกไม้ทะเลที่ไหนก็แปลว่าเจอนีโม่ที่นั่น

ถ้าฝึกลอยใต้น้ำได้เก่งๆ ยามที่กระแสน้ำนิ่งๆไม่มีคลื่น การชะโงกหน้าก้มลงไปดูนีโม่ที่ทำตัวเหมือนกับเล่นซ่อนหาอยู่ท่ามกลางเส้นสายของดอกไม้ทะเลที่ปลิวไสวไปมาก็คือความสุขเล็กๆที่เกิดขึ้นได้ไม่ยากในระหว่างทาง

แต่เมื่อเวลาใดที่มันขี้อายก็จะกลับไปม้วนตัวหลบอยู่แบบนี้ครับ

นอกเหนือจากเจ้านีโม่แล้ว พวกสัตว์ทะเลอย่างปลิงหรืออะไรอื่นๆก็มีให้ดูมากมาย


กองหินริเชริว (Richelieu Rock)

หลังจากหมดวันที่สามของการอยู่บนเรือ เรือผมก็ถอนสมอออกจากเกาะตาชัยแล้วมุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือไปยังกองหินที่อยู่กลางทะเล

เป้าหมายของการมาดำน้ำของผมที่สิิมิลันไม่ใช่อะไรอื่นไกลเลย จุดหมายปลายทางเป็นเพียงกองหินเล็กๆที่ถ้าเทียบกับขนาดของแผนที่แล้วยังไม่ถูกระบุไว้เลยด้วยซ้ำ ด้วยความที่ตั้งอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำ กองหินแห่งนี้เลยกลายเป็นที่รับการพัดพาตะกอนและแร่ธาตุต่างๆจากทั่วทุกสารทิศมาเป็นเวลาหลายล้านปีติดต่อกัน ก่อนให้เกิดเป็นเหมือนมหาวิหารของเหล่าสัตว์ทะเลแห่งลุ่มน้ำอันดามันที่พากันมาสร้างบ้านสร้างเรือนอยู่กันอย่างมีความสุข

กองหินแห่งนี้ยามน้ำขึ้นเราจะมองไม่เห็นอะไรจากด้านบน แต่ต่อให้น้ำลงก็เห็นเพียงราวกับเป็นหินโสโครกขนาดเล็กที่ดูแล้วขัดหูขัดตา แต่ยามใดที่มนุษยได้ดำดิ่งลงไปเบื้องล่างแล้ว

ทะเลอันดามันในความคิดของเขาจะเปลี่ยนไปตลอดกาล

กองหินแห่งนี้มีชื่อว่า “กองหินริเชริว” หรือ Richelieu Rock นั่นเองครับ

มาริเชริวเดือนไหนดี

ฤดูกาลที่เหมาะที่สุดสำหรับการดำน้ำในทะเลอันดามันคือช่วงระหว่างเดือนตุลาคมจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม แต่ถ้าถามว่าดีที่สุดคือเดือนไหน ก็น่าจะเป็นระหว่างเดือนกุมภาพันธ์จนถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จะเจอฉลามวาฬหรือกระเบนราหูได้มากทีสุด อีกทั้งยังเป็นช่วงที่น้ำนิ่งกำลังดี โอกาสที่จะเจอกับฝนตกน้อยที่สุด

จุดๆเส้นๆที่เห็นข้างหลังนั่นไม่ใช่แมงหวี่นะครับ แต่มันคือฝูงปลาจำนวนมหาศาล

ผมรู้สึกตัวเองเหมือนอยู่ในภาพยนตร์การ์ตูนของวอลท์ดิสนีย์ ที่มีฝูงปลาว่ายรายรอบไปมาพร้อมกับบรรเลงเพลงเข้าจังหวะกันสนุนสนามแบบในลิตเติ้ลเมอร์เมดยังไงยังงั้นเลย

ผมจำแทบไม่ได้เลยว่าเห็นตัวอะไรมาบ้าง เพราะเหมือนกับทุกอย่างมาทะลักทลายผ่านสายตาเข้ามาแบบไม่หยุด

และมีอยู่อย่างหนึ่งที่ต้องให้ความสนใจในการดำน้ำที่นี่คือ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำอย่างรวดเร็วที่เรียกว่า “เทอร์มอไคลน์” (Thermocline) คือระหว่างที่เรากำลังดำน้ำอยู่ในเขตน้ำอุุ่นแต่อยู่ดีๆก็กลายเป็นน้ำเย็นขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งสามารถพบได้บ่อยที่ริเชริว

นอกเหนือจากฝูงปลาจำนวนมากที่สร้างบันเทิงได้ตลอดทางแล้ว พวกบรรดาสิ่งมีชีิวิตที่ไม่สามารถขยับตัวได้อย่างดอกไม้ทะเลก็เหมือนกับเป็นแด๊นซ์เซอร์เข้าจังหวะกับฝูงปลาได้เป็นอย่างดี

ทุ่งดอกไม้ทะเล (Carpet of Sea Anemone)

หนึ่งในวิวใต้น้ำที่ผมชอบมากที่สุดก็คือช่วงเวลาที่เราว่ายผ่านพื้นที่เต็มไปด้วยมวลหมู่ดอกไม้ทะเลจำนวนมากจนบางครั้งนึกอยากจะลงไปลองสัมผัสมันดูสักหน่อยว่าจะนุ่มนิ่มเหมือนที่ใจเราคิดไว้หรือไม่

ภาพถ่ายเพียงภาพเดียวไม่อาจจะบันทึกความพริ้วไหวของดอกไม้ทะเลได้ ถ้าไม่ลืมคิดว่าตอนนี้กำลังดำอยู่ในน้ำที่ระดับความลึก 20 กว่าเมตรแล้วละก็ ตอนนี้ผมอาจจะกำลังคิดว่าตัวเองกำลังวิ่งอยู่ในฉากหนังเรื่องอวตารอยู่ก็เป็นไปได้

กองหินที่ไม่ได้เป็นเพียงกองหิน

กองหินในความหมายโดยทั่วไปอาจจะเป็นเพียงแค่ก้อนหินก้อนหนึ่งที่ดูไร้ค่าไร้ความหมายใดๆ

แต่ไม่ใช่ที่ริเชริว กองหินมหัศจรรย์ที่นอกจากจะประพฤติตนเป็นบ้านให้บรรดาสัตว์น้ำนับล้านได้มาหลบภัยแล้ว ความสวยงามขั้นเทพของที่นี่ได้ดึงดูดนักดำน้ำจากทั่วทุกมุมโลกมายังก้อนหินใต้ทะเลสร้างเงินเข้าประเทศไทยได้อย่างมหาศาล

ตามหากันมานาน ในที่สุดเราก็หากันจนเจอ

พระเอกที่แท้ทรูของท้องทะเลอันดามันคงหนีไม่พ้นปลากระเบนราหู

หรือมีชื่อเรียกเท่หๆว่า “แมนต้าเรย์” (Manta Ray)

ที่ภาษานักดำน้ำจะไม่เรียกปลาชนิดนี้ว่าว่ายน้ำ แต่เราจะเรียกว่ามันบินมามากกว่า

แมนต้าเรย์เป็นสัตว์โลกที่รักความสงบและไม่ดุร้าย

เขาบอกว่าถ้าใครที่ได้เจอแมนต้าเข้าระหว่างดำน้ำ วิธีปฎิบัติตนที่ถูกต้องคือ

“ทำตัวน่ารัก และทำให้แมนต้ารู้สึกว่าให้เกียรติเขา” ทำอย่างไรเหรอ

หลักการง่ายๆ ถ้าแมนต้ากำลังว่ายเข้ามาหาเรา ให้เราลดตัวไปจนแมนต้าว่ายผ่านเราไป หลังจากแมนต้าจะว่ายกลับมาและอยู่เล่นกับมนุษย์คนนั้นเป็นพักใหญ่ๆเลยครับ

สิ่งที่ห้ามทำเลย คือว่ายตาม แล้วไปขี่แมนต้าในน้ำ ซึ่งจะทำให้แมนต้าตัวนี้ขวัญกระเจิงและอาจจะไม่ว่ายกลับมาที่นี่อีกเลยก็เป็นไปได้

ลายหน้าท้องของแมนต้าเรย์ เปรียบได้กับลายนิ้วมือของมนุษย์ครับ

ไม่มีทางที่แมนต้าเรย์ตัวใดจะมีลายนิ้วมือที่เหมือนกัน

“ถ้ารักแมนต้า อย่าทำให้แมนต้าตกใจ”

บทส่งท้าย

ผมใช้เวลาอยู่ที่ริเชริวเป็นเวลาเกือบหนึ่งวันเต็มๆ หรือราวๆห้าวันในทะเลอันดามันแห่งนี้

ในฐานะของนักดำน้ำสมัครเล่นที่นานๆจะได้ลงทะเลสักครั้ง การดำน้ำที่สิมิลันเปรียบเสมือนกับการเดินออกจากโลกใบเดิม โลกของการเข้าทำงานตามเวลา 8-5 โลกที่เดินออกจากที่ทำงานมาก็พบความวุ่นวายของเมืองหลวงไม่รวมถึงอากาศที่หายใจเข้าไปที่ถึงแม้จะรู้ว่าสะอาดแต่ก็หายใจได้ไม่เคยเต็มปอด เป็นการพาตัวเองมาสู่ใลกใบใหม่ ที่มีมหาสมุทรเป็นพื้นที่ทำงานและมีบรรดาสรรพสัตว์ใต้น้ำเป็นเพื่อนร่วมงาน

ความเหนื่อยล้าทางใจได้ถูกปลดปล่อยออกไปจนหมดเป็นปลิดทิ้งพร้อมจะกลับมาสู้กับโลกปัจจุบันที่อ้าแขนต้อนรับเราอยู่

ออกเดินทางมาสิมิลันกันนะครับ มารับลมหายใจของอันดามันแบบหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วในประเทศไทย

ขอขอบคุณทีมงานเรือ Deep Andaman Queen ทุกคนด้วยครับที่มอบประสบการณ์อันสุดแสนพิเศษให้ผมในครั้งนี้

Anna ไดฟ์มาสเตอร์ผู้นำทางของผมตลอดทริปห้าวันกลางทะเลอันดามันแห่งนี้

 


ข้อมูลของเรือ Deep Andaman Queen

สำหรับเส้นทาง สิมิลัน – เกาะบอน – เกาะตาชัย – ริเชริว ซึ่งก็คือเส้นทางที่ผมมานั่นเอง

ทั้งหมด 5 วัน 4 คืน จำนวนทั้งหมด 14 ไดฟ์

Standard Quad Cabin ราคา 24,000 บาท (ราคาเต็มคือ 30,000)

Standard Triple Cabin ราคา 25,600 บาท (ราคาเต็มคือ 32,000)

Standard Twin Cabin ราคา 28,560 บาท (ราคาเต็มคือ 35,700)

Deluxe Twin Cabin ราคา 32,000 บาท (ราคาเต็มคือ 40,000)

Deluxe Double Cabin ราคา 32,000 บาท (ราคาเต็มคือ 40,000)

Master Cabin ราคา 36,800 บาท (ราคาเต็มคือ 46,000)

อันนี้คือราคาที่มีส่วนลดพิเศษ 20% สำหรับคนไทยโดยเฉพาะในช่วงนี้จนถึงปลายปี 2561 นะครับ ติดต่อได้ที่อีเมล์ info@deepandamanqueen.com หรือเบอร์ติดต่อ 0814926953 คุณศุภสิทธิ์ แล้วแจ้งรหัสการจองว่า “JOE” นะครับ (ต้องแนบไฟล์สำเนาบัตรประชาชนไปด้วยนะครับ)


บางคนที่มีเวลานานขึ้น อยากจะไปให้ไกลขึ้นถึงทะเลอันดามันของฝั่งพม่าที่ “Mergui Archipelago” ก็ลองดูที่แพจเกจนี้ได้ครับ เป็นราคาพิเศษลด 20% สำหรับคนไทยที่จองภายในปลายปีนี้เช่นเดียวกัน

สำหรับเส้นทาง เกาะบอน – เกาะตาชัย – ริเชริว – ทะเลอันดามันพม่า

ทั้งหมด 8 วัน 7 คืน จำนวนทั้งหมด 22 ไดฟ์

Standard Quad Cabin ราคา 47,600 บาท (ราคาเต็มคือ 59,500)

Standard Triple Cabin ราคา 50,400 บาท (ราคาเต็มคือ 63,000)

Standard Twin Cabin ราคา 54,600 บาท (ราคาเต็มคือ 68,250)

Deluxe Twin Cabin ราคา 61,160 บาท (ราคาเต็มคือ 77,000)

Deluxe Double Cabin ราคา 61,160 บาท (ราคาเต็มคือ 77,000)

Master Cabin ราคา 70,000 บาท (ราคาเต็มคือ 87,500)


 

 

Comments

comments