เที่ยวเรอูนียง (Reunion) สวยเผ็ดแห่งมหาสมุทรอินเดีย

550

เที่ยวเรอูนียง สวยเผ็ดแห่งมหาสมุทรอินเดีย

ผมพึ่งกลับมาจากการเดินทางในภาคพื้นมหาสมุทรอินเดีย บอกได้เลยว่า ที่นี่แหละ ดินแดนที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จัก และยังไม่ได้มีใครชายตามามองมัน ทั้งๆที่สถานที่แต่ละแห่งแถวนี้ ผมบอกเลยว่าเด็ดมากๆจนคาดไม่ถึง
“รียูเนียน” หรือ “เรอูนียง” หรือ “เรอูเนียง” (Réunion) จะสะกดออกเสียงอย่างไรก็แล้วแต่ตามแต่ภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสของแต่ละคน ที่นี่เป็น “จังหวัดโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส” หรือ ที่นี่ก็คือประเทศฝรั่งเศสที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดียนั่นเองครับ เป็นฝรั่งเศสที่ไม่มีถนนฌ็องเซลิเซ่ แต่ ดันมีภูเขาไฟ เป็นฝรั่งเศสที่ไม่มีหอไอเฟล แต่ดันมีทุ่งลาวาแทน เป็นฝรั่งเศสเหมือนจะเป็นฝรั่งเศสแต่ไม่ใช่ฝรั่งเศส มีความเจริญแบบประเทศพัฒนาแล้วแต่มีกลิ่นอายของการผจญภัยแทรกซึมอยู่ทุกอณู
อ่านกันมาถึงตรงนี้ เชื่อขนมกินได้เลยว่า เกาะเรอูนียง นี้จะทำให้ภาพของมหาสมุทรอินเดียที่เราเคยรู้จักจะเปลี่ยนไปแบบไม่มีวันกลับมาครับ  Bonjour La Réunion !!!

เที่ยวเรอูนียง และ จังหวัดโพ้นทะเล

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ประเทศฝรั่งเศสที่เราเห็นบนแผนที่หรือที่เราเข้าใจกันนั้น ไม่มีได้มีดินแดนอยู่แค่ในภาคพื้นทวีปยุโรปนะครับ แต่เขามีอาณาเขตเกือบจะทุกทวีปบนโลกใบนี้ โดยจังหวัดโพ้นทะเลฝรั่งเศส มีทั้งหมด 5 จังหวัด ตามนี้ กวาเดอลูป (Guadeloupe) เฟรนช์เกียนา (French Guiana) มาร์ตินีก (Martinique) เรอูนียง (Réunion) มายอต (Mayotte) ซึ่งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้และมหาสมุทรอินเดีย ทั้งห้าดินแดนมีฐานะเดียวกับแคว้นในฝรั่งเศสภาคพื้นทวีป (อย่างเดียวกับฮาวายที่มีฐานะเท่าเทียมกับรัฐอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกา)
แต่แค่นี้อาจจะยังทำให้งงไม่พอ เพราะนอกจากจังหวัดโพ้นทะเล (Départements d’outre-mers : DOM) ยังมี อาณานิคมโพ้นทะเล (Collectivités d’outre-mer) ประเทศโพ้นทะเล (Pays d’outre-mer: POM) ดินแดนโพ้นทะเล (Territoires d’outre-mer: TOM) ซึ่งนับรวมๆแล้วได้อีกเกือบหลายสิบเกาะทั่วโลก รวมถึง โบรา โบรา ที่เราได้ยินบ่อยๆด้วย เอาง่ายๆ ถ้าจะเที่ยวฝรั่งเศสให้ครบจริงๆแบบแฟนพันธุ์แท้คงเสียค่าวีซ่าบานตะไทครับ

แรกเริ่มพบทำความรู้จักกับเรอูนียง
  • เมืองหลัก : Saint-Denis
  • สกุลเงิน : ยูโร (Euro)
  • ความแตกต่างด้านเวลา ช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง ไม่มี Daylight Saving time
  • ภาษาราชการ มีภาษาเดียวคือ ภาษาฝรั่งเศส
  • วีซ่าสำหรับการไปจังหวัดโพ้นทะเลฝรั่งเศส (Départements d’outre-mers : DOM)
การขอวีซ่า ทำเหมือนขอวีซ่าเชงเก้นเข้าฝรั่งเศสทุกประการ เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่วีซ่าเชงเก้น เพราะจะเข้าได้เฉพาะจังหวัดหรือดินแดนที่เราระบุไว้ตั้งแต่ต้นเท่านั้น เช่น ผมทำเพื่อจะเดินทางไปเรอูนียง ก็จะไปได้เฉพาะเรอูนียงเท่านั้นครับ ไปใช้เข้าเชงเก้นหรือแม้กระทั่งฝรั่งเศสปารีสไม่ได้ ถึงแม้หน้าตามันจะเหมือนกันมากๆ
ผมขอผ่าน TLSContact เอกสารพร้อมทุกอย่าง ทำผ่านเว็บทั้งหมดครับ แค่ไปยื่นตามเวลาสะดวกมากๆครับ ถ้าใครเคยมีวีซ่าเชงเก้นที่เคยปั๊มลายนิ้วมือเก็บไว้ ตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2016 เป็นต้นมา สามารถให้ตัวแทนมายื่นแทนได้ด้วยครับ ไม่จำเป็นต้องมาเอง (ยกเว้นเชงเก้นที่ออกโดยสาธารณรัฐเชค ที่ยังคงต้องมาประทับลายนิ้วมือซ้ำ)

การเดินทางไป เที่ยวเรอูนียง

เอาจริงๆผมเชื่อเลยว่า เกือบทุกคนไม่เคยคาดมาก่อนเรามีบินตรงระหว่างกรุงเทพและเกาะเรอูนียงครับ และมีมานานแล้วด้วย และเป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดสำหรับการเข้าสู่มหาสมุทรอินเดียไม่ว่าจะไปเกาะไหนก็ตาม โดยใช้เกาะเรอูนียงเป็นฐาน
  • สายการบินที่บินตรงคือ “แอร์ ออสทรัล” (Air Austral) เป็นสายการบินฟูลเซอร์วิส บินตรงระหว่าง กรุงเทพมหานคร – เมืองแซ็ง-เดอนี (Saint-Denis) เมืองหลักของเกาะ โดยใช้เวลาบินประมาณ 6.5 ชั่วโมง ใช้เครื่องบินใหม่เอี่ยม Boeing 787 Dreamliner นอนข้ามมหาสมุทรอินเดียกันไปเลยครับ
  • สำหรับไฟลต์บินของ Air Austral มีดังนี้
    • Bangkok >>> Saint-Denis ออกเดินทางทุกวันพฤหัสบดี และ วันอาทิตย์ เวลา 09.50 – 14.50
    • Saint-Denis >>> Bangkok ออกเดินทางทุกวันพุธ และ วันเสาร์ เวลา 18.00 – 04.50
  • ราคาตั๋วก็จะอยู่ที่ระหว่าง 25,000 – 45,000 แล้วแต่ฤดูกาล กลางปีจะราคาสูงที่สุดอาจจะถึงห้าหมื่นได้ ถ้าไปช่วงโลว์ก็จะได้ราคาที่ดีที่สุดครับ
  • Air Austral เป็นสายการบินประจำเกาะเรอูนียงที่มาตรฐานระดับเดียวกับสายการบินระดับโลกทุกประการครับ แต่เป็นสายการบินที่ไม่ได้อยู่ร่วมพันธมิตรหลัก ทำให้ไม่สามารถสะสมไมล์ระหว่างบินนอกจากไมล์ของตนเองได้ แต่ตอนนี้ทางสายการบินได้ควบรวมกับ Air Madagascar เข้ามาในระบบ ทำให้ระบบเส้นทางการท่องเที่ยวในมหาสมุทรอินเดียกำลังจะง่ายขึ้นและเปลี่ยนไปอีกครับ
  • ส่วนอีกเส้นทางที่สามารถทำได้ แต่กินเวลากว่าคือ การใช้ Air Mauritius ไปตั้งต้นที่ Mauritius ก่อนครับ ในกรณีที่เผื่อจะเที่ยวสองเกาะ แต่อย่างไรก็ตาม Air Mauritius ไม่มีไฟลต์บินตรงกรุงเทพ ต้องไป transit ที่ KL ก่อน อย่างไรก็ดูไว้เพื่อเป็นข้อมูล แต่ถ้าจุดหมายหลักคือเรอูนียง โดยส่วนตัวคิดว่า Air Austral ตอบโจทย์ในทุกๆด้าน ในแง่ของความสะดวกและเวลาเดินทางครับ

การเดินทางภายในการ เที่ยวเรอูนียง

วิธีการที่สะดวกที่สุดคือ ต้องมี พาหนะส่วนตัวครับ จะ เช่ารถขับเองก็ได้ หรือจะจ้างคนขับรถก็ได้ ถ้าจะขับเองต้องมั่นใจฝีมือพอสมควรนะครับ เพราะอย่างแรกคือขับพวกมาลัยซ้าย (ตรงข้ามบ้านเรา) และถนนส่วนใหญ่ในเขตท่องเที่ยว จะเป็นถนนที่ขนาดเลนไม่กว้าง และบางครั้งมีเลนเดียว ต้องกะจังหวะการสวนกันเอง และยิ่งถ้าจะต้องขึ้นเขา (ซึ่งควรไป) ทางโค้งมากๆ อารมณ์ประมาณทางไปอำเภอปายครับ (อาจจะไม่ชันมาก แต่หักศอกเยอะครับ) รถเช่า มีมาตั้งออฟฟิศอยู่หน้าอาคารผู้โดยสารที่สนามบินครับ บริษัทยุโรปมาหมด Budget, AVIS, etc. การเติมน้ำมันถ้าขับเองก็ไม่ยากครับ แต่ละปั๊มจะพนักงานคอยเติมน้ำมันให้แล้ว เราค่อยไปจ่ายเงินที่ภายในออฟฟิสของปั๊มครับ รูดบัตรได้
เราสามารถใช้รถสาธารณะได้ โดยจะเป็นรถบัสที่วิ่งระหว่างเมืองหรือหมู่บ้าน แต่ตารางเวลาการเดินทางอาจจะไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยวเท่าไรนักครับ

ฤดูกาลท่องเที่ยวเที่ยวเรอูนียง

เกาะเรอูนียง มีสภาพภูมิอากาศแบบ sub-tropical climate เลยทำให้อุณหภูมิตลอดทั้งปีไม่ได้แตกต่างกันครับ ราวๆ 25-35 องศาเซลเซียส ตลอดทั้งปี แต่ที่ต้องใส่ใจว่าน่าเที่ยวหรือไม่น่าจะเป็นเรื่องของฤดูฝนมากกว่า ซึ่งฤดูฝนของเกาะเรอูนียงคือช่วงเดือน พฤศจิกายน ถึง มีนาคม ของทุกๆปี โดยช่วงเดือน มกราคม ถึง กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ฝนตกชุกสุดและมีโอกาสเจอไซโคลนได้ครับ
ดังนั้นแล้ว ฤดูกาลที่น่าเที่ยวที่สุดของปีคือ เดือน มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม และ กันยายน ซึ่งถือว่าเป็น high season และของทุกอย่าง โรงแรม ตั๋วเครื่องบิน ทุกอย่างจะราคาสูงขึ้นทั้งหมด
ค่าครองชีพหรือค่าใช้จ่ายของการท่องเที่ยว ต้องระลึกไว้ว่าที่นี่คือ “ฝรั่งเศส” เพราะฉะนั้นราคาสินค้าหรือทุกๆอย่างจะใกล้เคียงกับทวีปยุโรปครับ
• โรงแรม 2 ดาว ราคา 2,500 – 3,000
• โรงแรม 3 ดาว ราคา 3,000 – 4,000
• โรงแรม 4 ดาว ราคา 4,000 ++
และที่นี่ไม่มี hostel ให้เลือกครับ จะเป็นระบบโรงแรมตามมาตรฐานยุโรปทั้งหมดหรืออพาร์ทเมนต์ในเขตเมืองครับ และก็ด้วยมาตรฐานยุโรปแน่นอนว่า ขนาดห้องนอนจะค่อนข้างเล็กมากๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เราทำการจอง booking หรือ agoda ได้ตามปกติ
ค่าอาหาร กินตามในร้านอาหารหรือภัตตาคาร ก็ตกเฉลี่ย starter 8-10 euro , main course 15-25 euro เฉลี่ยต่อมื้อก็ประมาณ 20-30 Euro เป็นมาตรฐาน สำหรับน้ำดื่มหรือขนมกินเล่นถ้าหาซื้อใน Carrefour ก็ราคาไม่ได้ต่างจากบ้านเรามากนัก

ภาษาที่ใช้ระหว่าง เที่ยวเรอูนียง

จริงๆแล้วภาษาราชการคือ ภาษาฝรั่งเศส ถ้าท่านใดสามารถใช้ภาษาฝรั่งเศสการท่องเที่ยวทีนี่จะสนุกขึ้นอีกหลายเท่า ป้ายบอกทางต่างๆเป็นภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด ไม่มีอังกฤษปนเลย  คนในวงการท่องเที่ยวอาจจะพอพูดภาษาอังกฤษได้บ้างครับ นอกจากนี้ฝรั่งเศสล้วนๆ
นอกจากนี้ยังมีภาษาท้องถิ่นที่เรียกว่า Réunion Creole ที่เป็นภาษาฝรั่งเศสที่มาผสมกับ ฮินดี, โปรตุกีส หรือ ทมิฬ ด้วยเหตุทางประวัติศาสตร์ที่เกาะนี้เป็นเบ้าหลอมในหลายๆวัฒนธรรมครับ อย่างไรก็ตามถ้าใช้ได้เพียงภาษาอังกฤษก็เที่ยวได้ไม่ยาก แต่ต้องชั่งสังเกตป้ายต่างๆครับ อย่าขับรถผิดทางเป็นพอ

การแลกเงิน

เกาะเรอูนียง ใช้ สกุลเงินยูโร (Euro) เป็นหลักเท่านั้นครับ แต่สามารถใช้บัตรเครดิตได้แทบจะทั่วทั้งเกาะ ดังนั้นก็อาจจะแลกเงินติดตัวไว้บางส่วนก็พอครับ

อาหารระหว่าง เที่ยวเรอูนียง

อาจจะมีอยู่สิ่งเดียวที่เรอูนียงไม่ได้เหมือนฝรั่งเศสแผ่นดินใหญ่มากนักก็คือเรื่องของ อาหาร
เนื่องด้วยที่นี่ประกอบขึ้นด้วยคนที่มาจากหลายชาติพันธุ์ (แต่มีคนฝรั่งเศสเป็นชนชั้นปกครองผู้บุกเบิก) และยังมีคนจีน คนมอริเชียส คนมาดากัสการ์ คนทมิฬ คนมาดากัสการ์ อาหารก็เลยเป็นเหมือนเบ้าหลอมของวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน
ทีนี่จึงหาข้าวกินได้ไม่ยากนัก สำหรับคนไทยก็ถือว่าไม่ลำบากครับ มีข้าวสวยให้กินทุกมื้อ (แต่บางครั้งจะเป็นข้าว Basmati แบบอินเดีย ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิแบบบ้านเรา)
อาหารเด่นๆที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก็ เช่น การนำวานิลลามาเป็นส่วนประกอบในการทำอาหาร ปกติเราคุ้นเคยแต่ไอศรีมรสวานิลลาใช่ไหมครับ แต่ที่นี่มีอาหารประเภทเช่น ไก่อบวานิลลาด้วย ซึ่งบอกเลยว่า อร่อยมากๆ

สถานที่เที่ยวสำคัญระหว่างเที่ยวเรอูนียง

Saint-Denis เมืองหลวงหรือเมืองเอก เป็นที่ตั้งของศูนย์กลางการปกครองของเกาะ มีคนอาศัยอยู่มากที่สุด เป็นที่ตั้งของสนามบิน Roland Garros อันเป็นจุดเชื่อมต่อเกาะเรอูนียงกับโลกภายนอก
Saint-Gilles เมืองแห่งชายหาดและรีสอร์ท
Saint-Pierre เมืองใหญ่อันดับสองของเกาะตั้งอยู่ทางด้านใต้ของประเทศ
Saint-Benoit ที่ตั้งของโรงงานผลิตวานิลลา
The Three Circuses (Salazie, Mafate and Cilaos) หรือหุบเขามรดกโลก สถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญตอนกลางของเกาะ เป็นแอ่งกระทะขนาดใหญ่ที่อุดสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ น้ำตก และเส้นทางเดินป่าระดับโลก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านดั้งเดิมของชาวฝรั่งเศสรุ่นแรกที่มาตั้งถิ่นฐานบนภูเขา เป็นที่อยู่ของสถาปัตยกรรมท้องถิ่นที่เรียกว่า Creole ครับ
Piton de la Fournaise อภิมหาภูเขาไฟของเกาะที่ยังคงทรงพลังและแอคทีฟที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทุ่งแห่งทะเลทราย ทุ่งแห่งลาวาที่แห้งแล้ว ถ้ำลาวา และการเดินเขาสู่ปากปล่องภูเขาไฟ Dolomieu คือที่สุดแห่งกิจกรรมของการมารีอูนียง

มากี่วันดี สำหรับ เรอูนียง?

เนื่องจากมีข้อจำกัดในด้านเวลาบินไปกลับจากกรุงเทพ เนื่องจากสายการบิน Air Austral ทำการบินอาทิตย์ระหว่าง 2 วันเท่านั้น ทำให้แผนการเดินทางอาจจะขาดความยืดหยุ่นด้านเวลาครับ จำนวนวันจะถูกจำกัดให้เหลือ 4-7-10-13 เท่านั้น และเมื่อประเมินทุกๆอย่างแล้ว ตัวเลขการเดินทาง 7 วัน คือสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ผมแนะนำถ้าจะลงทุนบินมาไกลถึงขนาดนี้ ต้องเที่ยวให้ทะลุใจกลางเกาะเท่านั้นครับ
แต่ถ้าท่านใดมีแผนจะท่องเกาะอื่นๆของมหาสมุทรอินเดีย ที่ไปได้ง่าย (รวมถึงวีซ่าไม่ต้องใช้ หรือ ทำ on arrival) เช่น Mauritius หรือ Madagascar ก็ควรมี 10 วันเป็นอย่างน้อยครับ เนื่องจากไฟลต์บินข้ามระหว่างเกาะนั้นมีทุกวัน เราต้องไปจัดสรรดูนะครับ ว่าจะลงเกาะไหนก่อนเกาะไหนหลัง

แผนการเดินทาง 7 วัน

Day 1 (Thursday) : Bangkok – Saint Denis

  • 09.50 – 14.25 Air Austral UU888

Day 2 (Friday) : Cirque de Salazie – Hell-Bourg

  • Helicopter (optional)
  • Vanilla plantation at Saint-André
  • La Cascade Blanche
  • Voile de la Mariée (Salazie)
  • Maison Folio / Musée des Musiques et Instruments de l’Océan Indien

Day 3 (Saturday) : La Plaine des Cafres

  • Takamaka Viewpoint
  • Office de Tourisme de la Plaine des Palmistes
  • Cité du Volcan
  • Belvedere of Bois Court

Day 4 (Sunday) : Piton de la Fournaise – Saint Pierre

  • Pas des Sables / Pas de Bellecombe
  • Trekking > Formica Leo, Dolomieu Crater

Day 5 (Monday) : Lava tunnel – Cirque de Cilaos

  • Helicopter (optional)
  • Le Grand Brûlé Platform / Lava Tunnel tour
  • Cascade de la Grande Ravine

Day 6 (Tuesday) : Cilaos – Boucan Canot beach

  • Maison de la Broderie
  • La Fenêtre view point
  • Kélonia
  • Stella Matutina

Day 7 (Wednesday) : Saint Denis – Bangkok

  • Helicopter (optional)
  • Late check out
  • Musée de Villèle
  • Arrive Roland Garros international airport 14.00
  • 18.00 – 04.55 (+1) Air Austral UU887
เมือง Saint-Denis จุดศูนย์กลางการปกครองของเกาะเรอูนียง ทุกๆคนต้องมาเริ่มต้นที่เมืองนี้ทั้งสิ้น เราสามารถเติมเสบียงและอาหารแห้งทุกๆอย่างได้จากเมืองนี้ ที่นี่มีความเป็นฝรั่งเศสมากที่สุด ทั้งอาคารบ้านเรือนหรือผู้คน เดินไปเดินมาคิดว่าอยู่ในฝรั่งเศสครับ เป็นเมืองที่เล็กๆน่ารักๆ ไม่ต่างจากเมืองเล็กๆในแผ่นดินใหญ่ การเดินเท้าเที่ยวในเมืองเป็นไอเดียที่ดีมากๆ
ถนนจากเมือง Saint-Denis มุ่งหน้าสู่เมือง Saint-Paul เมืองตากอากาศริมชายฝั่งมหาสมุทรอินเดีย บ้านเรือนหลังคาสีขาวคือเอกลักษณ์ของเมืองนี้ ถนนเส้นหลักที่วิ่งออกจาก Saint-Denis จะเป็นซูเปอร์ไฮเวย์ 4 เลน แบบนี้ครับ ขับรถได้สะดวกและสนุก แต่นอกจากนี้ก็จะเป็น mountain road ที่ทางคดเคี้ยวไปมา
Cirque de Salazie
หุบเขาแรกในบรรดาสามหุบเขา (Three Cirques) คือ Cirque de Salazie หุบเขาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดของเกาะ ทางคดโค้งน้อยที่สุด และเป็นที่ตั้งของบรรดาหมู่บ้าน Creole มากที่สุด ที่นี่คือสถานที่ตากอากาศหลบร้อนของบรรดาเจ้าเมืองฝรั่งเศสยุคบุกเบิก
Voile de la Mariée
น้ำตกที่ทุกคนจะพบก่อนทางเข้าสู่เมือง Salazie ที่เขาเปรียบเสมือนกับคล้ายๆเส้นผมของเจ้าสาวที่มีหมวกคลุม น้ำตกไหลลงมาเป็นสายๆ ให้ลองจินตนาการเทียบกันดู
หมู่บ้าน Hell-Bourg
หมู่บ้านเล็กๆน่ารักที่อยู่ด้านในสุดของ Cirque de Salazie ซึ่งเป็นที่ตั้งของบรรดาบ้านเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้หลายสิบหลัง จนได้รับการเลือกให้เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส (Les Plus Beaux Villages de France)
Maison Folio
หนึ่งในกิจกรรมที่ห้ามพลาดถ้าที่นี่คือ การไปเยี่ยมชม บ้านสไตล์ครีโอล (Creole) ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนภายนอกได้เข้าไปชม
บรรยากาศภายในบ้านสไตล์ครีโอล
Office de Tourisme de la Plaine des Palmistes
ออฟฟิศที่ทำการของการท่องเที่ยวท้องถิ่น เป็นสถาปัตยกรรมแบบครีโอลที่ชัดเจนมากๆ สวยครับ
Belvedere of Bois Court
ลานปิกนิกที่มองออกไปเห็น Grand Bassin หรือหุบเขาทางด้านใต้ของยอดเขา Piton des Neiges ยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะเรอูนียง
La Plaine des Cafres
พื้นที่สูงใต้เชิงเขา ที่มีอากาศค่อนข้างเย็นตลอดทั้งปี เป็นที่ทำกสิกรรมของเกาะ มีฟาร์มวัวนมตั้งอยู่ และเป็นทางเดียวในการเดินทางเข้าสู่ภูเขาไฟที่แอคทีฟที่สุดและดังที่สุดของเกาะเรอูนียง นั่นคือ ภูเขาไฟ Piton de la Fournaise
Pas des Sables หรือ Plain of Sand
ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากผ่านป่าสนมาไม่นาน เมื่อพ้นกับเนินสุดท้ายผ่านโค้งไปไม่กี่อึดใจ ต้นไม้ก็หายไปหมดกลายเป็นทะเลทรายที่อยู่บนยอดเขาอีกที ที่นี่มีชื่อ Pas des Sables หรือทะเลทราย บรรยากาศเหมือนดาวอังคาร
Pas de Bellecombe
ถนนจะวิ่งผ่านจากทะเลทรายจุดสุดท้ายมาสุดที่ Pas de Bellecombe ซึ่งเป็นจุดชมวิวภูเขาไฟ Piton de la Fournaise ที่สวยที่สุด จากจุดนี้เราจะมองเห็นปากปล่องภูเขาไฟเล็กๆจำนวนมากที่ยังคงมีพลังอยู่ และแน่นอนปากปล่องที่ทรงพลังที่สุดอยู่ตรงหน้าของเราแล้ว ปากปล่องนี้มีชื่อว่า Dolomieu Crater
ขอบคุณภาพ shutterstock

อย่างที่บอกไว้ครับว่า Piton de la Fournaise ตรงนี้คือพื้นที่พลังงานความร้อนลาวาภูเขาไฟที่แอคทีฟมากๆ ไม่ได้มีเพียงแค่ Dolomieu Crater เท่านั้น แต่ยังมีปากปล่องเล็กๆอีกจำนวนมาก ที่ยังคงประทุพ่นลาวาออกมาได้เรื่อยๆเป็นประจำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ตรงนี้มีสถานีนักวิจัยภูเขาไฟทำงานเป็นประจำครับ
ถ้าท่านใดมาเที่ยวช่วงที่มันระเบิดพอดี ก็ถือว่าดวงของเราที่จะได้เห็นภูเขาไฟระเบิดแบบชัดๆ ครับ

เดินทางสู่จุดสูงสุดแห่งปากปล่อง Dolomieu เราสามารถเดินลงดูปากปล่องภูเขาไฟจิ๋วด้านล่างได้ และมากไปกว่านั้นเราสามารถเดินไปได้จนถึง Dolomieu Crater ซึ่งใช้เวลาไปกลับประมาณ 6 ชั่วโมง

Formica Leo
ปากปล่องภูเขาไฟขนาดเล็ก ที่เหมือนกับน้องเล็กเมื่อเทียบกับพี่ๆด้านหลัง รอบๆ Dolomieu crater จะมี crater เล็กๆจำนวนมากครับ ซึ่งจะมีทางแยกให้เดินไปได้ เนื่องจากพื้นที่ส่วนนี้ active มากๆ

เดินลงมาจนถึงขอบของ Formica Leo  ปล่องนี้เดินมาง่ายที่สุดแล้ว คนส่วนใหญ่จะมาจบที่นี่ เตรียมน้ำ เตรียมอาหาร เตรียมร่างกาย เตรียมใจมาให้พร้อมครับ เพราะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือร้านขายของใดๆทั้งสิ้นระหว่างทางเดินสู่จุดสูงสุดที่ Dolomieu crater เราเพียงแต่เดินตามจุดสีขาวบนพื้นไปเรื่อยๆ เราจะไปถึงเองระหว่างทางก็จะผ่านพวกบรรดาธารหินลาวาที่แห้งแล้วตลอดทาง

ธารหินลาวา (Lava stream)
เนินสุดท้ายก่อนขึ้นสู่ยอดเขา ตอนแรกผมตั้งใจจะไปให้ถึงยอด แต่เมื่อประเมินสภาพอากาศ ณ เวลานั้นแล้ว เห็นท่าจะไม่ดี เลยหยุดลง ณ เนินนี้ และตัดสินใจถอยหลังกลับครับ

Lava tunnel
เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับสายผจญภัย โดย lava tunnel จะอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นทางไหลของลาวาที่ลงสู่มหาสมุทรอยู่เป็นประจำ

หลังจากนี้ผมเดินทางกลับลงมาที่เมือง Saint-Pierre เพื่อเตรียมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูวิวเกาะรีอูนิยงจากมุมสูงอีกครั้ง หนึ่งในกิจกรรมที่ห้ามพลาด คือ

การขึ้น Helicopter 
เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เผาผลาญเงินได้อย่างรวดเร็วด้วยเวลาเพียงไม่กี่นาทีครับ แต่ต่อให้แพงแค่ไหน เฮลิคอปเตอร์ทัวร์ก็ยังคงเต็มทุกวันและต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น มาหาเอาดาบหน้ารับรองกินแห้ว 100% ครับ
เนื่องด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นหุบเขา หน้าผา และ หลืบเยอะแยะมากมาย ถนนเข้าถึงเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่ต้องเดินเท้าเข้าไปเพื่อชมธรรมชาติ ยิ่งลงแรงเยอะยิ่งเห็นของสวยๆเยอะ อันนี้อาจจะถูกต้องกับสถานที่อื่นๆในโลก แต่ไม่ใช่ที่รีอูนิยงครับ เพราะการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทัวร์ นอกจากจะทำให้เราไม่ต้องออกแรงเดินแล้ว เรายังเห็นสถานที่หลายๆแห่งจากมุมสูง ซึ่งต่อให้เดินไปก็ไม่เห็นแบบนี้ และนั่นเลยทำให้ทัวร์คอปเตอร์เลยดังมากๆ

มีหลายเจ้าที่ทำทัวร์เฮลิคอปเตอร์ แต่ที่ดังๆคือ Helilagon และ Corail Hélicoptères โดยเกือบทั้งหมดจะบินเฉพาะในช่วงเช้าระหว่าง 07.00 – 10.00 เท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่ท้องฟ้าเปิดมากที่สุด แต่เวลาการบินจะได้รับการคอนเฟริ์มก่อนบินเท่านั้น เพราะด้วยอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วบนเขา นั่นแปลว่าต่อให้จองมาแล้ว มีที่นั่งแล้ว ก็ยังคงมีโอกาสกินแห้วอยู่ดีเพราะท้องฟ้าไม่เปิดครับ

  • จุดบินของเฮลิคอปเตอร์นั้นมี เพียง 2 เมือง ซึ่งเราต้องวางแผนให้พอดีด้วย คือ เมือง Saint-Gilles และ Saint-Pierre
  • แพคเกจของเฮลิคอปเตอร์ จะมีตั้งแต่ 25-55 นาที ขึ้นอยู่ระยะทางที่เราจะเลือกไป ราคาก็ตั้งแต่ 100-300 ยูโรขึ้นกับแผนครับ แต่แนะนำให้ขึ้นแผนที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งจะบินไกลสุดและครอบคลุมทุกพื้นที่สำคัญบนเกาะ โดยเฉพาะ ภูเขาไฟ Piton de la Fournaise และ Three Cirques ที่ถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของเกาะรีอูนิยง

Saint-Pierre
เมืองใหญ่อันดับสองของเกาะ เป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับทางเข้าหุบเขาที่สองทางด้านใต้คือ Cirque de Cilaos มากที่สุด เมืองนี้มีสนามบินอีกแห่งของเกาะรีอูนิยงแต่ว่าจะมีไฟลต์บินไปเกาะมอริเชียสเท่านั้น Saint-Pierre
ภาพเหล่าานี้เป็นความมหัศจรรย์ที่เห็นได้เฉพาะการขึ้นเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น

Vallée de la Rivière de Remparts
สองบริเวณนี้คือจุดตัดกันของเขตที่ราบสูงฝั่งกสิกรรม และ ฝั่งของภูเขาไฟครับ ตรงกลางคือร่องน้ำที่เป็นทางไหลของลาวาในกรณีที่มีการระเบิดเกิดขึ้น

Pas des Sables
หรือทะเลทรายริมปากปล่องภูเขาไฟ ดูแนวถนนที่คดเคี้ยวไปมาบนทะเลทรายครับ และด้านหลังที่เห็นคือ Piton des Neiges ยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะเรอูนียง

เห็นเต็มสองตาเลยว่าภูเขาไฟลูกนี้ยังคึกคักอยู่มากพอสมควร พี่กัปตันของผม ขับได้อย่างคล่องแคล่ว พาวนซ้ายทีขวาทีเพื่อความเท่าเทียมกันของทั้งสองฝั่ง

Dolomieu crater
ปากปล่องหลักของภูเขาไฟ Piton de la Fournaise ยิ่งใหญ่มากๆ

หลังจากทัวร์ภูเขาไฟเสร็จแล้ว เราจะเดินทางเข้าสู่ Three Cirques กันต่อครับ เราผ่าน Lenticular cloud กันแบบใกล้ๆเลย

ผมกำลังมุ่งหน้าสู่ Cirque de Cilaos จะเห็นเลยว่าทางมันคดเคี้ยวขนาดไหน

Cirque de Mafate
เป็น Cirque เดียว หรือหุบเขาเดียว ที่ไม่มีถนนเข้ามา การเดินทางเข้ามาต้องใช้เท้าเท่านั้น และวิวก็แจ่มแบบสุดๆครับ

****สวยแบบห้ามกะพริบตากันเลยทีเดียว ค่าเฮลิคอปเตอร์ 45 นาที ราคาประมาณ 10,000 บาท เท่ากับนาทีละ 230 บาท ต้องดูให้คุ้ม

Cirque de Mafate ภาพปิดท้าย ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะวกกลับ

Trou de Fer น้ำตกที่ซ่อนตัวในหุบเขาฝั่ง Cirque de Salazie ที่เข้าได้เฉพาะเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น

ถนนหนทางภายใน Cirque ที่โค้งเยอะจนไม่อยากนับเวลาบนเฮลิคอปเตอร์ประมาณ 40-50 นาทีครับ ถือว่าไม่นาน แต่ว่าเราสามารถเที่ยวทุกสถานที่บนเกาะได้อย่างครบถ้วน การขึ้น ฮ เลยเป็นกิจกรรมที่แนะนำมากๆ แต่ต้องสวดมนต์ไหว้พระไว้ด้วยนะครับ เพราะต้องหวังดวงไว้มากกว่าครึ่ง ถ้าอากาศไม่เปิดคือ ฮ ไม่ไป ครับ

Boucan Base Cliff
กลับมาขับรถอีกครั้ง ด้วยความที่เกาะรีอูนิยงนั้นมีขนาดที่ไม่ใหญ่เลย การเดินทางไปจุดต่างๆทำได้ง่าย ขับรถ 1-2 ชั่วโมงก็น่าจะถึงจุดต่างๆได้ไม่ยาก และมีจุดชมวิว แวะจอดรถถ่ายรูปได้เรื่อยๆ การขับรถเที่ยวจึงเป็นอะไรที่สนุกมากๆครับ

Cascade de Grand Galet น้ำตกแห่งความอลังการทางภาคใต้ของเกาะ ที่ต้องเช่ารถขับมาเองเท่านั้น

ผมกลับมาที่ Cirque de Cilaos อีกครั้ง แต่คราวนี้ขับรถมา บนฟ้าว่าสวยแล้ว บนดินก็ยิ่งสวย กับบรรยากาศเมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขาล้อมรอบ ยอมรับเลยครับว่า ถ้าจะให้นิยาม เกาะรีอูนิยง ก็คงให้นิยามว่า “สวยดุ สวยเผ็ด”
คือ มีทั้งความเจริญแบบเมืองที่อยู่ไม่ไกล ในขณะเดียวกันกิจกรรมการผจญภัยนั้นก็อยู่ใกล้แค่เอื้อมเรื่องราวมากมาย มรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สัมผัสได้ทุกพื้นที่ ล้วนทำให้รีอูนิยงเป็นเกาะที่มีเสน่ห์ในตัวเอง แบบหาเกาะไหนๆมาเทียบได้ยาก ยิ่งเมื่อรวมกับการเดินทางคมนาคมที่แสนสะดวกแล้ว ทีนี่

“รีอูนิยง” จึงเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ที่ทุกๆคนต้องมาครับ

แล้วไปพิสูจน์ความจริงข้อนี้ด้วยตัวคุณเอง

หลังจากจากเรอูนียง ไปไหนต่อดีถ้าใครมีเวลาเหลือเฝือ วันลาหรือวันหยุดไม่เป็นปัญหา หลังจากเที่ยวเรอูนิยงครบแล้ว การเดินทางไปยังเกาะอื่นๆ ภายในมหาสมุทรอินเดียเป็นความคิดที่ดีมากๆ เพราะถ้าให้มาต่างหากก็คงไม่ได้มา

โดยเฉพาะ เกาะอย่าง โคโมรอส (Comoros) หรือ มายอต (Mayotte) ซึ่งเดินทางไปจาก Saint-Denis ได้ง่ายครับ การจะไปผสมแผนกับ Mauritius จะทำให้เราได้ไปชายหาดระดับโลก เมืองตากอากาศริมทะเลรีสอร์ทสำหรับคู่รักอย่างเต็มที่ หรือผสมกับ Madagascar เพื่อให้เพิ่มอรรถรสในความผจญภัยมากยิ่งขึ้นไปอีก

อ่านผลงานอื่นๆของเราได้ที่ >>>https://www.worldwantswandering.com/
หรือสนใจศึกษาโปรแกรมทัวร์ประเทศอื่นๆอ่านที่นี่เลยครับ >>http://www.patourlogy.com