fbpx
Home Get Inspired Articles พักกาย และ พักใจ ที่ศรีพันวา

พักกาย และ พักใจ ที่ศรีพันวา

258

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะพาทุกๆคนไปใช้เวลาสุดสัปดาห์กันที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ได้ชื่อว่าสวยงามและโด่งดังมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทยหรือของโลกเลยก็ว่าได้

โรงแรมทั่วๆไประดับ 5 ดาว ยังไม่อาจเทียบกับบริการและความสะดวกสบายของที่นี่ได้เลยครับ

รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ที่สุดปลายแหลมพันวา ทางด้านมุมใต้สุดของเกาะภูเก็ต ทำให้ที่นี่มีชื่อว่า “ศรีพันวา” นั่นเองครับ

มาตามไปดูกันเลยครับว่า มันสวยสมคำร่ำลือกันจริงๆเหรอไม่


Welcome reception

DSC_4015

แขกทุกๆคนที่จะเข้าพัก จะถูกส่งมาที่นี่ก่อนครับ

ศาลาริมทะเลที่จะมองเห็นหมู่เกาะฝั่งตรงข้ามไม่ว่าจะเป็น เกาะคอรัล (เกาะเฮ) เกาะโหลน และท้องทะเลอันดามัน

ในส่วนนี้ทุกคนต้องมาถึงที่นี่เพื่อจะลงข้อมูลประวัติกันก่อน พร้อมสแกนบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง

เพื่อทำข้อมูลประวัติของแขกทุกๆคนที่มาพักที่นี่

DSC_4018

พอเดินเข้ามาในอาคารแล้ว ต้องเดินลงไปตามทางบันไดลงไปยังด้านล่าง

DSC_4023

ส่วนนี้เป็นที่เอาไว้นั่งรอระหว่างทำพิธีการ Check in

ซึ่งก็จะมีพนักงานต้อนรับเอาเครื่องดื่มมาให้ พร้อมกับแนะนำสถานที่สำคัญแต่ละแห่งภายในรีสอร์ทไปในตัว

DSC_4029

เสน่ห์ของศรีพันวาก็คือ เก้าอี้แทบจะทุกตัวที่นี่สามารถแปลงร่างกลายเป็นเตียงได้หมด

และทุกๆจุดแทบจะเห็นวิวทะเลทั้งหมดเลย

DSC_3931

ส่วนที่ผมได้มาพักคือ ส่วนใหม่ที่พึ่งจะเปิดตัวไปไม่นานมานี้ครับ

มีชื่อว่า “The Habita”

ซึ่งจุดประสงค์ของการเปิด The Habita ส่วนหนึ่งก็คือราคาห้องพักที่จะลดลงมาค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับ pool villa ก่อนๆ

โดยราคาตั้งต้นสำหรับ Pool suite จะอยู่ที่ประมาณ 15,000 ขึ้นไปครับ


The Habita

The Habita ที่ศรีพันวาเป็นส่วนของรีสอร์ทน้องใหม่ล่าสุดที่พึ่งจะเปิดตัว

ออกแบบโดยบริษัทที่มีชื่อว่า Habita เช่นเดียวกัน

DSC_3932

อันนี้เป็นทางเข้าอาคาร The Habita ครับ

โดยทางรีสอร์ทจะบริการรถกระป๋องเอาไว้ในทุกๆจุด สามารถเรียกใช้บริการได้ทุกเมื่อ ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง เรียกว่าเปิดแข่งกับ 7-11

ซึ่งภายในแต่ละอาคาร ก็จะมีพนักงานต้อนรับประจำอยู่ในทุกๆจุดคอยอำนวยความสะดวกเราตลอดทาง

DSC_3950

ภายในอาคาร The Habita จะมีทั้งหมด 3 ชั้น

โดยชั้น 1-2 จะเป็นห้อง pool suite ครับ

และชั้น 3 จะเป็น penthouse suite อย่างในภาพที่เห็น

ซึ่งประตูจะถูกควบคุมด้วยระบบคีย์การ์ดทั้งหมด


Penthouse

DSC_3549-Edit

และนี่ก็เป็นวินาทีแรกที่ผมเปิดประตูมาเจอกับบรรยากาศภายในห้อง

โอ้โห คือคำแรกที่ผมอุทานออกมาเมื่อได้เห็นกับภาพต่อสองตาตัวเอง

ห้องมันใหญ่มากครับ แบ่งเป็นสัดส่วนหมด ไม่ว่าจะเป็นครัว โต๊ะอาหาร ส่วนนั่งเล่น หรือห้องนอน

DSC_3551

ตรงชั้นครัวจะมีอาหาร ขนมคบเคี้ยว กาแฟ น้ำดื่มภายในตู้เย็น

ที่บรรจุเอาไว้ให้กินให้ดื่มได้อย่างไม่อั้น โดยจะมาเติมในทุกๆวัน

DSC_3566-Edit

โซฟาขนาดใหญ่ นอนได้สบายๆ

มีทีวี LED ที่ต่อเข้ากับเครื่องเล่น DVD และ Cable TV ของ True ครับ

DSC_3575-Edit

อันนี้เป็นบรรยากาศภายในห้องนอน

เตียงนอนนุ่มแบบสุดๆ จะเรียกว่าเตียงดูดวิญญาณก็ว่าได้

DSC_3578

ขอเดินสำรวจห้องน้ำหน่อย

มีอ่างน้ำอยู่ที่ตรงมุม ห้องอาบน้ำ ห้องน้ำ แยกกันหมด เป็นสัดส่วนกัน

ตรงกลางเป็นอ่างล่างหน้าสองอ่าง โดยที่สามารถเปิดปิดม่านด้านหลังได้


Private pool

DSC_3594-Edit-Edit

เดินออกมาด้านนอก จะเป็นสระน้ำส่วนตัวความยาว 10 เมตรที่อยู่ด้านหน้าห้อง วิวหันออกทะเลพอดี

โดยที่ด้านนี้จะเป็นด้านพระอาทิตย์ตกครับ

ดังนั้นการจะว่ายน้ำดูพระอาทิตย์ตกทำได้สบายๆ

DSC_3640

โดยจะมีเก้าอี้นุ่มๆตัวสีเขียววางเอาไว้ด้านหน้าให้เรารับลมอีกที

DSC_3642

บรรยากาศแบบสบายๆ ความยาว 10 เมตร ก็พอว่ายน้ำไปมาแบบสบายๆได้

และตรงนี้ยังมีปุ่มไว้กดทำระบบจากุซซี่ด้วยครับ


Private beach

DSC_3889

เดี๋ยวผมมาพาไปเดินดูทะเลอีกด้านกันดีกว่าครับ ด้านนี้เป็นด้านตะวันออก

มีทางเดินที่ทำด้วยไม้เอาไว้ให้เราเดินลงไปถึงหาดด้านล่างได้

DSC_3445

ที่รีสอร์ทจะมีชายหาดส่วนตัวอยู่ที่เดียวทางทิศตะวันออกคือตรงนี้

และมีทุ่นกลางน้ำที่เราสามารถเดินต่อออกไปด้วย เพื่อไปรับลมหรือนอนอาบแดดกลางทะเล

DSC_3452

แดดแรงสุดๆ แต่ฟ้าก็ใสสุดๆเช่นเดียวกัน

เราสามารถเดินไปจนถึงสุดปลายทุ่นได้

DSC_3916

อันนี้คือมุมไฮไลท์ของศรีพันวาเลยก็ว่าได้

กลุ่มของเหล่า Pool villas ที่ตั้งอยู่ตามเชิงเขาโดยมีทะเลเป็นฉากหน้าครับ


Beach pool

DSC_3467

หลังจากเดินขึ้นมาจากชายหาด

เราก็จะพบกับสระว่ายน้ำที่อยู่ทางทิศตะวันออก เรียกว่า “Beach pool”

สระนี้เปิดให้บริการสำหรับแขกทุกคน โดยจะมีเบาะนอนเอาไว้ให้นอนรับลมหรืออาบแดดได้

ที่ศรีพันวา จะมีสระน้ำส่วนกลางทั้งหมด 3 สระ คือตรงนี้ที่ Beach pool

สระน้ำแห่งที่สองอยู่ที่ Poolclub ความยาว 25 เมตร

อีกสระหนึ่งคือยู่ที่ทางทิศตะวันตกหรือที่ The habita ความยาว 44 เมตร ซึ่งใหญ่ที่สุด

DSC_3894

ตรงนี้เป็นเบาะเอาไว้ให้นอนอาบแดด

ตอนบ่ายมาที่นี่จะโอเคสุด เพราะจะไม่โดนแดดส่องมากแล้ว

DSC_3890

เนื่องจากบริเวณที่กว้างมาก คนจึงกระจัดกระจายกันไปหมด

บรรยากาศรอบๆมันเลยดูเงียบและสงบแบบนี้ตลอดเวลา


Fitness center 

DSC_3484

พามาดู Fitness center กันต่อครับ

เปิดให้ใช้บริการตั้งแต่เวลา 7.00 – 21.00 ของทุกๆวัน

เครื่องไม้เครื่องมือมีเต็มไปหมด ลู่วิ่ง เครื่องออกกำลังกาย

สนามเทนนิสก็มีแต่อยู่ด้านนอกทั้งหมด 2 คอร์ท และสนามเปตองด้วยครับ

DSC_3489

นอกจากนี้แล้วยังมีสนามมวยที่ทางรีสอร์ทจะจัดเทรนเนอร์ให้มาสอนด้วยถ้าสนใจ


Cool spa

DSC_3497

มาดู Spa กันครับ

บริเวณนี้เป็นบริเวณเดียวที่ถ้าจะใช้บริการต้องเสียเงินค่าบริการเพิ่ม

พวกคอร์ตเทนนิส สนามกีฬ่า สระว่ายน้ำ Fitness พวกนี้อยู่ในค่าห้องหมดแล้ว

DSC_3501

บรรยากาศดูคล้ายๆบาหลี

และในแต่ละห้องที่ทำสปา นั้นจะมีน้ำตกส่วนตัวอีกด้วย

DSC_3702

เดินออกจากรีสอร์ท กลับมาที่อาคาร The Habita อีกครั้ง

เดี๋ยวผมจะพาเดินไปดูสระน้ำกลางที่ใหญ่ที่สุดของศรีพันวากัน

DSC_3711-Edit

ตรงนี้คืออาคาร The Habita นั่นเอง

จะเห็นได้ว่าไม่ได้เป็น pool villa แบบที่ผ่านๆมา เนื่องจากเป็นโซนใหม่

โดยในชั้น 1-2 ห้องจะเล็กกว่า เรียกว่า Pool suite ส่วนชั้น 3 จะใหญ่กว่าเรียกว่า Penthouse ครับ

DSC_3715


Forest Waterfall Pool 

Forest Waterfall Pool คือสระน้ำที่ใหญ่ที่สุดในศรีพันวา

มีความยาวถึง 44 เมตร เรียกได้ว่าว่ายเอาออกกำลังกายได้เลย

ส่วนความลึกนั้นประมาณ 1.3-1.5 เมตรครับ ไม่ลึกจนเกินไป

ส่วนที่เรียกว่า forest นั้นก็อาจจะเป็นเพราะว่าบรรยากาศมันเหมือนป่านั่นเอง

DSC_3710

เวลาประมาณสี่โมงเย็น

ฝรั่งก็จะมานอนอาบแดดเล่นน้ำกันทุกวันแบบนี้ละครับ

แต่ถ้าชอบความสงบก็เล่นน้ำอยู่ที่สระน้ำหน้าห้องตัวเองก็ได้เช่นเดียวกัน

DSC_3717

เบาะเก้าอี้สำหรับอาบแดดก็มี

DSC_3727

น้ำของสระน้ำแห่งนี้ใช้ระบบน้ำเค็มทั้งหมด อาจจะใส่คลอรีนบ้างลงไปเล็กน้อยเพื่อฆ่าเชื้อ

DSC_3732-Edit

นี่คือสระว่ายน้ำกลางที่ใหญ่ที่สุดครับ ความยาว 44 เมตร

DSC_3745

ตอนนี้เย็นแล้ว กลับมาพักที่ห้องกันดีกว่า


Inside the room

DSC_3783-Edit-Edit

DSC_3761

แสงสีส้มยามพระอาทิตย์ตกทำให้ห้องดูสวยกว่าเดิมขึ้นไปอีก

DSC_3782-Edit

DSC_3762

จะนั่งชิวในห้องหรือนอกห้องก็ได้

DSC_3770-Edit

วิวจากเตียงนอน

DSC_3776-Edit

DSC_3777

สระน้ำส่วนตัวหน้าห้องครับ

ได้ทิศตะวันตกดีอย่าง เราได้ดูพระอาทิตย์ตกต่อหน้าต่อตาเลย

จริงๆแล้วแค่นั่งดูวิวไปก็มีความสุขมากๆแล้วละ

DSC_3788-Edit

DSC_3795

เวลาแบบนี้ต้องแช่น้ำครับ สบายยยย

DSC_3801


Baba nest

BABA NEST_3080

ไม่พูดถึงที่นี่คงไม่ได้ สำหรับสถานที่แห่งนี้

“Baba nest”

จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกกลางแจ้ง ที่ทุกๆสำนัก ยกย่องให้เป็นหนึ่งในสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่บรรยากาศดีที่สุดในโลก

BABA NEST_3900

ที่นี่จำกัดโต๊ะที่นั่งแค่ 12 โต๊ะเท่านั้น

และ 1 โต๊ะ รับจำนวนไม่เกิน 4 คน เท่ากับทั้งหมดนี้มีคนไม่เกิน 48 คนครับ

โดยทางศรีพันวาจะสำรองไว้สำหรับแขกภายใน 10 โต๊ะ และเปิดให้คนนอกเข้าใช้บริการอีก 2 โต๊ะเท่านั้นเอง

และก็แน่นอนว่า มันเต็มตลอดเวลา โดยเฉพาะวันหยุด ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ต้องจองล่วงหน้ามาเท่านั้น

BABA NEST_6053

BABA NEST_7076 BABA NEST_7969

ภาพนี้คือภาพที่โด่งดังที่สุดของ Baba nest

เนื่องจากพระอาทิตย์จะตกลงทำมุมที่เหมาะสมแบบพอดีเป๊ะๆ

แขกทุกคนบนนี้จึงจะได้รับชมแสงสุดท้ายของวันไปพร้อมๆกันแบบนี้ทุกๆวัน


 

เดินกลับมาที่ห้องพักกันอีกครั้ง

DSC_3307

จะไปแช่น้ำเวลานี้ก็สบาย

DSC_3310

ผ้าขนหนู ชุดอาบน้ำ เตารีด ตู้เซฟ มีบริการไว้อย่างครบถ้วน

DSC_3311

DSC_3317-Edit

DSC_3326-Edit

DSC_3348-Edit-Edit

DSC_3805

DSC_3806

พักผ่อนดูวิวกินลมไปเรื่อยๆครับ


 

อาหารเช้าสุดฟินที่ Baba Poolclub

DSC_3856-Edit-Edit

เช้าวันใหม่ ไปทานอาหารเช้ากัน

อาหารเช้าจะมีบริการสำหรับแขกทุกคนที่ Baba Poolclub ครับ

จะเลือกนั่งตรงไหนก็ตามสบายใจ

DSC_3862

ส่วนผมขอนั่งตรงนี้ละกัน ถึงมันจะร้อน แต่นั่งแล้วมีความสุขก็โอเคแล้ว

DSC_3875

ฝรั่งก็ชอบที่นั่งแบบนี้ครับ แบบร้อนๆ

DSC_3877

Baba Poolclub

DSC_3880

ส่วนนี้เอาไว้สำหรับแขกที่ไม่อยากร้อนก็มานั่งในอาคาร

DSC_3884

DSC_3886

DSC_3888

อาหารมีค่อนข้างหลากหลายและรสชาติก็อร่อยไปตามบรรยากาศ

DSC_3887

DSC_3382-Edit

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ผมได้มีโอกาสขึ้นมาชม Baba nest อีกครั้ง แต่เป็นในเวลากลางวัน

ตรงนี้เป็นวิวจาก Baba nest

ซึ่งสาเหตุที่เรียกว่า Nest ก็เพราะว่ามีนกบินผ่านไปผ่านมาตลอดเวลานั่นเองครับ

DSC_3390

บ้านหลังทางขวามือเป็นของคุณปลาวาฬ เจ้าของรีสอร์ทนั่นเอง


 

ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น Baba IKI

DSC_3401

เดินเล่นไม่ทันไร ได้เวลาทานอาหารกลางวันกันอีกรอบแล้วกับภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น Baba Iki

ที่จะเสิร์ฟเฉพาะอาหารวัตถุดิบคุณภาพสูงจากญี่ปุ่นเท่านั้น

DSC_3403

ซาซิมิจากทะเลญี่ปุ่นทั้งจานที่นำเข้ามาแบบสดๆทุกวัน และสลัดผักครับ

DSC_3405

DSC_3410

อันนี้คือซูเปอร์ไฮไลท์ของที่นี่ครับ

“เนื้อฮิดะ” (Hida gyu) เป็นชื่อที่เฉพาะเจาะจงให้กับเนื้อวัวจากญี่ปุ่นผมสีดำที่ได้รับการเลี้ยงดูมาในจังหวัดไอจิเป็นเวลาอย่างน้อย 14 เดือน.

เนื้อมันนุ่มจนแทบจะละลายในปากไปเลยในทีเดียว

DSC_3412

ปลาหิมะย่างเกลือ ที่เนื้อก็แทบจะละลายเป็นหิมะไปในปากเช่นเดียวกัน

DSC_3416

เมนูขนมหวานทั้งหมด 3 อย่าง

ฝั่งซ้าย : Green Tea Pannacotta

ฝั่งขวา : Jasmine Crème Brulée

DSC_3419

อันนี้คือ Thai Tea Cake

DSC_3423

จากบรรยากาศแบบอบอุ่นในตอนเช้า กลายมาเป็นแบบสีสรรสดใสในเวลากลางวันแบบนี้

ถ้ามาที่นี่วันฟ้าใสจนสีน้ำเงินแบบนี้ละ สวยที่สุด

12473819_1262645003763190_6383523332106450175_o

เป็นเวลา 2 วันสั้นๆ ที่ผมได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ศรีพันวา

บรรยากาศที่สวยแบบอลังการและความสะดวกสบายที่ได้รับ

ทำให้ผมไม่ได้ออกไปไหนเลย นอนเล่นอยู่แต่ในรีสอร์ท

ถือเป็นการเติมพลังให้ชีวิตหลังจากที่ทำงานอย่างหนักมาตลอดเดือนครับ


ขอขอบคุณ ทางศรีพันวาที่ได้มอบประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมตลอด 2 วันที่ผมพักอยู่ที่นี่ครับ

 

Comments

comments