พา “ผู้สูงอายุ-เด็ก” ไปล่าแสงเหนือ ดีหรือไม่

690

มีเด็กเล็กๆซัก 7 ขวบ จะเดินทางลำบากไม๊คะ แนะนำด้วยค่ะ อยากไปมาก???? เจ้า 7 ขวบเคยลุยมาหลายประเทศอยู่ค่ะ

อยากจะพาพ่อแม่ ไปดูแสงเหนือ แต่กลัวจะหนาวเกินไปจนทนไม่ไหว

คำถามพวกนี้เป็นคำถามที่ผมได้รับบ่อยมาก วันนี้ก็เลยขอเก็บเอามาเขียนเลยทีเดียว

จริงแล้วคำตอบของคำถามนี้ง่ายมาก เพราะมัน “ไปได้แน่ๆ” ครับ

จะไม่ได้ได้อย่างไรในเมื่อประเทศเหล่านี้เขาก็มีเด็กมีคนแก่อยู่อาศัยกันเป็นปกติมาตั้งนานแล้ว

แต่โอเคก็พอเข้าใจได้ว่า เราเป็นคนไทยมาจากเมืองร้อน จะให้ไปเที่ยวแถบขั้วโลกเหนือมันก็ไม่ธรรมดาใช่ไหมครับ

เดี๋ยวแยกประเด็นออกเป็น 2 กลุ่มละกันนะครับ คือ “เด็ก” และ “คนแก่”


เด็ก

snow-1217124_960_720

ไอซ์แลนด์หรือกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียทั้งหมด เป็นประเทศที่เจริญแล้ว จะเรียกว่าเป็นกลุ่มประเทศที่เจริญขั้นสูงสุดของโลกเลยก็ว่าได้

เรื่องความปลอดภัยในชีวิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก เช่น พวกแก๊งค์ลักพาตัวอะไรพวกนี้ มันไม่มีไอซ์แลนด์ครับ

ปัญหาที่ต้องคิดถึงน่าจะเป็นเรื่องของการจราจรมากกว่าที่บางทีเราไม่ทันระวัง ลูกวิ่งเล่นไปบนถนนซะยังงั้น แต่อย่างไรก็ตามในประเทศไอซ์แลนด์ไม่ได้เป็นประเทศที่คนขับรถเร็วครับ และรถก็ไม่ได้เยอะอะไรมากมายนัก ถ้าระวังให้ดีปัญหาพวกนี้คนเป็นพ่อแม่สามารถที่จะควบคุมมันได้อยู่แล้ว

ที่พัก ถ้าเที่ยวกันเป็นครอบครัว พาเด็กไปนอนโรงแรมก็สบายดี หรือ แต่ถ้าพ่อแม่คนไหนชอบผจญภัยจะพาลูกนอนใน camper van ตาม camp site ก็ไม่มีปัญหา เรื่องความปลอดภัยก็เหมือนด้านบนครับ คือประเทศนี้มีโจรน้อยมาก จนบ้านเขาแทบไม่ต้องมีตำรวจเลย 555+

ต่อมาเรื่อง “ความหนาว” ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปวดหัวครับ เราเพียงแค่จัดชุดกันหนาวให้พอดีกับสภาพอากาศเท่านี้ก็โอเคแล้วครับ แต่ “แสงเหนือ” มันมาตอนกลางคืน ช่วงที่เด็กกำลังหลับสบายพอดีเลยครับ ถ้าต้องปลุกไปดูแสงเหนือกับพ่อแม่อาจจะงอแงได้ 555+ อันนี้คนเป็นพ่อเป็นแม่คงมีวิธีจัดการอยู่แล้ว ผมคิดว่าแบบนั้นนะครับ

“สถานที่เที่ยว” อันตรายไหม พาเด็กไปได้เหรอเปล่า ผมตอบแบบนี้ ที่ๆดูอันตรายก็มีครับ ก็อย่าไปก็เท่านั้นเอง แต่ส่วนใหญ่เที่ยวได้ง่ายและปลอดภัยเกือบจะ 100% ครับ ขอเพียงขับรถไปตามเส้นทาง Ring road แวะเที่ยวระหว่างทางก็ฟินได้ทั้งครอบครัวแล้ว ถ้าเด็กพอเดินได้ เราก็สามารถที่จะพาเดินดูน้ำตกสวยๆไม่ว่าจะเป็น Skógafoss, Seljalandsfoss, Gullfoss, Godafoss หรือธารน้ำแข็ง Jökulsárlón ได้แบบสบายๆ แต่สถานที่เช่น Ice cave อันนี้คงต้องผ่านไปนะครับ เขาไม่ให้เด็กเข้าเพราะอันตรายเกินไป

ถ้าใครมาลูกในหน้าร้อน ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในการพาพวกเขาไปดูนกพัฟฟินหน้าตาน่ารัก ใสซื่อและบริสุทธิ์ สัญลักษณ์ของประเทศนี้กันนะครับ

ทีนี้ถ้าเด็กเกิดเบื่อขึ้นมาทำอย่างไรดี อันนี้ผมไม่เคยมีลูก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ 555+ แต่ผมรู้เพียงแต่ว่าในเมืองหลวง Reykjavik ก็พอมีสถานที่ให้พาเด็กๆไปดูนั่นดูนี่ได้บ้างอยู่แล้วครับ หรือจะพาไปแช่น้ำร้อนที่ Blue Lagoon ก็ได้สบายมาก

บทสรุป ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่เด็กเที่ยวได้ พ่อแม่เที่ยวดี ไม่มีอะไรต้องกังวลครับ


คนแก่ ผู้สูงอายุ คุณยาย คุณปู่ พ่อแม่

couple-579172_1280

บางคนจะพาพ่อแม่หรือผู้สูงอายุในครอบครัวไปล่าแสงเหนือกับเขา ถามว่าทำได้ไหม

คำตอบคือ “อาจจะพอทำได้ครับ” ถ้าท่านๆเหล่านั้นแข็งแรงพอ และสามารถที่อดหลับอดนอนในช่วงเวลานอนปกติของตัวเองได้ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าไม่ได้คิดจะมาดูแสงเหนือเป็นงานหลัก แค่เพียงจะมาชมภูมิทัศน์ที่สุดยอดของประเทศนี้ ทำได้สบายๆแน่นอน

“อากาศหนาว” เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญ ผู้ใหญ่คนไทยมักจะไม่ค่อยถูกโฉลกกับอากาศหนาวซักเท่าไร ทีนี้ถ้าอยากจะมาดูแสงเหนือจริงๆก็ให้เลือกช่วงเวลาที่ไม่ต้องทรหดนักครับ เช่นมาช่วงต้นเดือนตุลาคม หรือปลายๆมีนาคมเลย อากาศไม่หนาวถึงทรวงแล้ว ช่วงเวลากลางวันกลางคืนก็เริ่มจะเหมือนปกติมากขึ้น ผู้ใหญ่ก็สามารถที่จะปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น

มีอีกเทคนิคที่สามารถใช้ได้คือ เราอาจจะต้องเช่าโรงแรมหรือที่พักทุกคืน แล้วให้แกนอนพักไปครับ ส่วนวันไหนถ้าฟ้าระเบิดเราก็ขับรถมาดูกันเองสามีภรรยา เป็นเวลาจู๋จี๋กันไปในตัวเลย 555+ แต่ต้องระวังว่าวันพรุ่งนี้จะหมดแรงเพราะไม่ได้นอนซะกัน เพราะแสงเหนือมาที มันมาหลายชั่วโมงเลยครับ

แต่ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่สถานที่เที่ยว >99% เป็น outdoor หมดครับ ดังนั้นการเข้าถึงส่วนใหญ่ต้องขับรถไป จะขับเอง หรือจะหาคนขับก็ได้แล้วแต่ครับ ถ้าเป็นผู้สูงอายุที่กระฉับกระเฉงเดินขึ้นบันไดไม่เหนื่อย แบบนี้เที่ยวได้สบายเลยครับ สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ เช่น Skógafoss, Seljalandsfoss, Gullfoss, Godafoss ,ธารน้ำแข็ง Jökulsárlón, น้ำพุ Geysir หรือจะมาแช่น้ำที่ Blue Lagoon มาได้สบายมากๆ แต่ถ้าเป็นคนที่ต้องใช้รถเข็นเป็นหลักไอซ์แลนด์อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ๆเหมาะสมเท่าไรนัก

ค่าเข้าชมสถานที่บางแห่งจะมีส่วนลดสำหรับผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 67 ปีครับ (คนไอซ์แลนด์เกษียณตอนอายุ 67 ปี)

แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าพามาในฤดูร้อนทุกอย่างจะดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ หรือการเดินทาง แต่สิ่งที่ต้องคิดคือช่วงเวลาระหว่างกลางวันกับกลางคืนที่ต่างกันมาก เรียกว่าฟ้าแทบจะไม่มืด ถ้าเป็นผู้สูงอายุบางทีจะปรับตัวยากนิดนีงครับ อาจจะต้องอาศัยยานอนหลับช่วยในช่วงแรกๆด้วย

ต่อมาเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “สุขภาพ” ประเทศไอซ์แลนด์ถือเป็น 1 ในประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดของโลก และมาตรฐานการรักษาพยาบาลถือว่ายอดเยี่ยม โรงพยาบาลใหญ่ๆที่มีหมอเฉพาะทางอยู่ในไอซ์แลนด์ มีตั้งอยู่ที่ 2 เมืองหลักคือ Reykjavik และ Akureyri นอกเหนือจาก 2 เมืองนี้ จะเป็นเพียงคลีนิคชุมชน หรือร้านขายยาประจำเมืองหรือหมู่บ้านเท่านั้นครับ แต่ในทุกๆคลีนิกก็จะมีหมอประจำอย่างน้อย 1 คนเสมอ เพราะฉะนั้น แต่สถานที่เหล่านี้จะเปิดทำการในเวลาราชการเท่านั้นครับ เพราะฉะนั้นการเตรียมตัว เตรียมยาเบื้องต้นไปก่อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

ส่วนในกรณีที่เจ็บป่วยฉุกเฉินจริงๆ ถึงแม้โรงพยาบาลจะไม่ได้มีอยู่ทุกที่ แต่ไอซ์แลนด์มีระบบการส่งต่อผู้ป่วยที่ดีมาก ในเมืองหลวง Reykjavik จะมีบริการ 24/7 เนื่องจากมีโรงพยาบาลใหญ่อยู่ ส่วนในเมืองหรือหมู่บ้านเล็กๆรถพยาบาลฉุกเฉินมักจะอยู่รวมกับสถานีดับเพลิงซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศเช่นกัน และบุรุษพยาบาลเหล่านี้ไม่ได้ทำงานประจำเป็นพยาบาล แต่จะเป็นแบบ on call ครับ คือสามารถตามได้ถ้าเกิดเหตุ

ผมแนะนำให้ทำประกันการเดินทางไปในทุกๆกรณีนะครับ เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลในประเทศเหล่านี้แพงมาก

ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆก็ตาม โทร 112 นะครับ เบอร์เดียวทั่วประเทศ

ผมเคยเขียน วิธีการพาพ่อแม่เที่ยว ลองอ่านดูเป็นไอเดียได้

เบอร์โทรศัพท์สำคัญ

  • Emergency services: police, fire and ambulance. Tel: 112
  • Police Station. Tel: 444-1000
  • E.R Emergency Room Landspítali Hospital (โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ Reykjavik ). Tel: 543-2000
  • For lost or stolen credit cards: Visa Tel: 525-2000
  • For lost or stolen credit cards: Master Card Tel:533-1400/550-1500

ส่วนเรื่องสถานที่เที่ยวและประเด็นอื่นๆก็เหมือนกับในเด็กครับ

ขอให้สนุกสนานและมีแต่ความโชคดีนะครับ


 

Comments

comments