เป้แท้-เป้ปลอม ดูอย่างไร ซื้อที่ไหนถึงได้ของแท้

665

เป้แท้-เป้ปลอม ดูอย่างไร ซื้อที่ไหนถึงได้ของแท้

บทความนี้ผมจะมาให้ข้อมูลแก่ทุกๆคนว่า เป้แท้-เป้ปลอม นั้นแตกต่างกันตรงไหน ต้องดูที่ตรงไหน และถ้าอยากเลี่ยงเป้ปลอมเราควรจะไปซื้อเป้แท้ที่ไหนดีครับ ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อ Deuter, Osprey, Columbia หรือ The North face สุดท้ายแล้วการซื้อเป้ของเราสักใบมันจะได้คุ้มค่าและอยู่คู่กับหลังไปให้นานที่สุดครับ

ราคา :

ให้คิดไว้เลยว่า ถ้าเป็นเป้มือหนึ่ง แต่มีราคาที่ถูกกว่าปกติ และดูต่ำกว่าความเป็นจริงมาก จนไม่น่าที่จะเชื่อได้ มีอยู่แค่ 3 กรณีเท่านั้น คือ

1.มันคือของปลอมครับ

  • ไม่มีของ copy เกรด A ที่หลุดจากโรงงานโดยถูกกฏหมาย 100% ครับ การที่มีคนเคลมว่าของมีตำหนิแล้วหลุดออกมาได้นั้น โอกาสที่จะไม่จริงนั้นมากกว่าจริง เพราะโรงงานที่รับหน้าที่ผลิตพวกนี้ไม่ใช่โรงงานผลิตเถื่อนผลิตของแบบไม่มีมาตรฐานนะครับ เขาทำธุรกิจมูลค่าเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน ไม่มีใครยอมมาเสียชื่อกับของราคาไม่กี่พันครับ ระบบการติดตามสินค้าที่หลุดมาตรฐานนั้นเป็นระบบที่ชัดเจน
  • แต่เหตุการณ์มีกองทัพมดแอบหยิบออกมาจากตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างการขนส่งหรือผลิต อันนี้มีเกิดบ้าง แต่แบบนานๆๆๆๆๆๆครั้งครับ โอกาสที่ของจะหลุดมาขายตลอดปีนั้น ยากมากๆอีกเช่นกัน ถ้าแบบมีหลุดมาขายตลอดปี อันนี้โอกาสมั่วสูงมาก

2. มันคือของหิ้วหนีภาษี

  • แปลว่าเป้ใบนั้นอาจจะถูกขายอยู่ที่ต่างประเทศ และมีโปรโมชั่นแบบลดล้างสต๊อคแบบ 60-70% ซึ่งมักจะเป็นเป้ที่ตกรุ่นและกำลังจะมีรุ่นใหม่เข้ามา และผู้ขายคนนั้นไปหิ้วมาจากต่างประเทศ ซึ่งมักจะเป็นโซนอเมริกาหรือยุโรปมาขาย ซึ่งอันนี้ราคาถูกจริง แต่เมื่อรวมกับราคาค่าหิ้วแล้วอาจจะถูกกว่าหรือเท่ากับการซื้อจากตัวแทนในเมืองไทยขึ้นกับการบวกค่าแบกของคนที่หิ้วเข้ามาครับ
  • โรงงานเป้ยี่ห้อดังๆ เช่น Deuter, Osprey, The North face, Columbia มีฐานการผลิตอยู่ที่แถบเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามทั้งหมด แต่เขามีกฏที่ชัดเจนว่าไม่มีการขายในเวียดนาม พูดง่ายๆคือผลิตเท่าใด ส่งออกนอกประเทศไปขายทั้งสิ้น จึงไม่มีทางที่จะไปหิ้วมาจากเวียดนามได้แน่นอน การหิ้วจากเวียดนามก็คือหิ้วมาจากแหล่งขายของปลอมครับ

3. มันเป็นของ summer sale/winter sale อะไรก็ว่าไป

  • ซึ่งเป้ที่ได้จะเป็นเป้ที่ตกรุ่น หรือว่าทางเจ้าของ brand เขานำมาลดกระหน่ำเพื่อจะล้างสต๊อคไปขายสินค้ารุ่นที่จะเข้ามาใหม่แทน แต่การดูรุ่นที่ลดราคา ต้องให้แน่ใจได้ว่าเจ้าของแบรนด์มาลดเองนะครับ ไม่ใช่คนทั่วๆไปมาขายลดราคา อันนี้ให้สงสัยไว้ก่อน

ยกตัวอย่าง

แบรนด์ Deuter หรือ Osprey ที่ขายอยู่ราคาสากลจากเวปกลางก็มาแพงแล้วครับไอแบบ Act Lite 50+10 ลิตรราคา 3,500 บาทนี่เลิกคิดเลยครับ นอกเสียแต่ว่ามันเป็นของมือสองหรือตกรุ่นไปไกลๆๆๆๆแล้ว
ถ้าแบบยืนยันว่าของแท้มือหนึ่งรุ่นใหม่แสดงว่าเค้ากำลังเปิดมูลนิธิครับไม่ใช่เปิดร้านขายของนอกเสียจากว่ามันไม่แท้ไง
วิธีการการเช็ครุ่นได้เลยครับว่าร้านไหนช็อปไหนขายรุ่นตรงกับที่มีรุ่นที่มีในเวปไซต์สากลป่าวเช่น www.deuter.com , www.ospreypacks.com

“ของดี ของแท้ ไม่มีถูกเว่อร์นะครับ”


การรับประกันที่ไม่ชัดเจน :

  • สิ่งหนึ่งที่คนใช้ของแท้จะได้รับอย่างแน่นอนสำหรับการซื้อเป้แท้หรือของ original คือ “ประกันตลอดชีพ” จะซื้อของแท้จากที่ใดของโลกใบนี้ ก็สามารถส่งเข้าศูนย์รับบริการหรือตัวแทนที่ถูกต้องได้ เพราะมีเลขรหัสการผลิตซึ่งสามารถตรวจสอบได้ครับ
  • ซึ่งถ้าไปซื้อของปลอม พวกนี้พังแล้วทางใครทางมันครับ แบบพวกรับประกัน 5-7 วัน หรือเดือนนึงอะไรแบบนี้ เรียกว่าประกันของทางร้านครับ เพราะไม่มีประกันของศูนย์มา เพราะมันเป็นของที่ปลอมหรือไม่ถูกกฏหมายครับ
  • ถ้าเป็นของแท้พวกนี้เค้ารับประกันตลอดชีพ โดยที่ร้านขายของเขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เพราะมันคือนโยบายของบริษัทครับ ส่งเคลมได้ทุกที่ที่เป็น Authorized dealer  หรือผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์นั้นๆครับ
  • ตัวอย่างเช่น All mighty guarantee ของเป้ Osprey ที่เคลมชัดเจนว่าประกันตลอดชีพ
  • กระเป๋าเป้ Deuter/Osprey ที่ The Puffin House ของผม รับประกันทุกใบตลอดชีพเช่นเดียวกันครับ

รูปลักษณ์ หรือ ชื่อรุ่น :

  • ของปลอมจะมีรุ่นประหลาดๆมาขาย ซึ่งเป็นรุ่นที่ไม่ได้มีใน catalog ที่มาจากผู้ผลิต พูดให้เข้าใจง่ายๆคือ ไปผลิตเอง ดีไซน์เอง แต่ขอยี่ห้อเขามาปะให้ดูเหมือนของแท้
  • ทีนี้พอซื้อเอาไปเช็คกับ catalog ในเว็บไซต์ก็พบว่า “เอ้า เห้ย ทำไมเป้ที่อยู่ในมือเรามันไม่เห็นมีในนี้เลย” ถ้าเจอแบบนี้เข้า แสดงว่า ของที่อยู่ในมือเราคือของปลอม 100%
  • มันจะต่างกัน ราวฟ้ากับเหว ทั้งสี ชื่อรุ่น การออกแบบดีไซน์ อันนี้คือ ลองไปเดินเทียบรุ่นกับ Supersport, The puffin house แล้วไปดูหน้าเว็ปไซต์ที่เค้าว่า ถ้าหน้าตาแบบคนละเรื่อง หรือชื่อรุ่นนี้มีด้วยเหรอฟะ อันนี้ “ปลอม ชัวร์ จ้าาาา” หรือปลอมให้ตายยังไง หน้าตาก็ไม่มีทางเหมือนครับ
  • ชื่อรุ่นประหลาดๆพวกนี้ มักจะเรารุ่นของยี่ห้อหนึ่งไปปะกับเป้อีกยี่ห้อหนึ่ง เพราะคนทำจะได้ไม่ต้องคิดมาก เช่น เอาเป้รุ่น Terra ของ TNF ไปรวมร่างกับ Deuter กลายเป็น Deuter Terra เฉยเลย งงค้าบ

ใช้ไม่ทน :

  • ขึ้นชื่อว่าของแท้ ถ้าไม่ได้เอามีดไปกรีด เอาตีนไปกระทืบ แบบตั้งใจเอาให้ตายกันไปข้างนึง มันไม่พังหรอกครับ จากประสบการณ์ใช้จริง นี่ใช้มาจะครบครึ่งทศวรรษแล้วเนี่ยสำหรับของแท้ๆนะ ยังไม่เห็นมันเป็นอะไรเล้ย ช่วยพังที

ตัวอย่างวิธีการดูเป้ Deuter แท้

การจะเอาเป้ปลอมมาเปรียบเทียบเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะของปลอมมีความหลากหลายขึ้นกับโรงงานที่สร้างมันขึ้นมา

จะให้ง่ายกว่าคือจำว่ารูปร่างหน้าตาของแท้เป็นอย่างไร แล้วไปเทียบกับสิ่งที่เห็นอันนี้เวิคกว่ามากครับ

ป้ายสินค้าของเป้ Deuter
ป้ายสินค้าของเป้ Deuter
  • ตรงป้ายที่ติดมากับกระเป๋า Deuter แท้นั้น มีแต่รูปร่างและสีแบบนี้เท่านั้น ถ้าผิดไปจากที่เห็นแสดงว่าไม่ปกติ
  • โดย tag barcode และชื่อรุ่นจะถูกเขียนไว้แบบนี้ และสามารถนำไปเทียบกับ catalog จริงบนเว็บไซต์ได้ทั้งหมด
ป้ายชื่อเลขรหัสการผลิตของเป้ Deuter ทุกรุ่น
  • ตรง tag ผ้าด้านใน อันนี้เป็นเป้ Deuter model 2015-2016 เป็นต้นมาจะต้องเขียนแบบนี้เท่านั้น ถ้าเขียนผิดแปลกไปจากนี้ให้ระวังครับ

Produced in Vietnam

under Licence for:

Deuter Sport GmbH

Daimlerstr.23/86368 Gersthofen

Germany

 

  • ตรงรหัสสินค้าจะเป็นเลข 6-7 หลัก และเลขอันนี้คือเลขที่โรงงานใช้เช็คกับสินค้าที่ถูกผลิตมาว่าเป็นของแท้หรือของปลอมครับ
ซิปของเป้ Deuter มักจะทำมาจากโรงงานผลิตซิบชื่อดังอย่าง YKK ครับ
ซิปของเป้ Deuter มักจะทำมาจากโรงงานผลิตซิบชื่อดังอย่าง YKK ครับ
  • ตรงซิปของกระเป๋า Deuter แท้ทุกรุ่นจะเป็นซิปยี่ห้อ YKK ทั้งหมด ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความทนทานที่รูดปิดเปิดเป็นพันเป็นหมื่นก็ลื่นปรี๊ดไม่มีกินเนื้อผ้า

สถานที่ซื้อเป้และอุปกรณ์ท่องเที่ยวของแท้ 100%

สถานที่ขายเป้แท้มันก็ควรจะเป็นที่ๆน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ไปขายกันที่ตลาดโรงเกลือ สำเพ็ง หรือว่าที่ฮานอยในเวียดนามถูกไหมครับ

แนะนำกันตรงนี้เลยละกันนะครับ เพราะมันคือร้านที่ผมสร้างมันขึ้นมาเองกับมือที่ชื่อว่า “The Puffin House”

ไม่ว่าจะเป็นเป้ Deuter, Osprey, Columbia ที่นี่คือของแท้ 100% ผมเป็นคนติดต่อเองทั้งหมดจากผู้แทนในประเทศไทยทั้งหมด

ซื้อของจากที่นี่ ถ้ามีปัญหาจะส่งกลับมาให้ทางร้านผม หรือว่าจะไปที่ศูนย์บริการตามห้างก็ได้ครับ เพราะสุดท้ายปลายทางคือเข้าโรงงานเหมือนกัน


 

Comments

comments