Cape Panwa สุขสบายที่แหลมพันวา

Posted by  worldwantswandering@gmail.com   in       1 year ago     1804 Views     Comments Off on Cape Panwa สุขสบายที่แหลมพันวา  

ภูเก็ตเป็นเกาะสวรรค์ของใครหลาย ๆ คน ด้วยความที่เป็นจังหวัดที่มีหาดทรายมากมาย รวมถึงสถานที่เที่ยวที่มีให้เลือกหลากหลาย ไม่นับเกาะน้อยใหญ่อีกหลายสิบแห่ง

ด้วยความที่เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวขนาดนี้ ทำให้มีโรงแรมนับร้อยแห่งสร้างขึ้นมาอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวแทบจะครบทุกระดับทีเดียว

หนึ่งในโรงแรมเก่าแก่ของภูเก็ตนั้นต้องมีชื่อของ CAPE PANWA ขึ้นมาอย่างแน่นอน

โดยโรงแรมนี้อยู่คู่จังหวัดภูเก็ตมาอย่างยาวนาน ชาวภูเก็ตและนักท่องเที่ยวต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี

และที่นั่นก็คือ CAPE PANWA นั่นเองครับ เรามาตามไปดูกันว่าโรงแรมหรูแห่งแรกในย่านแหลมพันวาและมีประวัติศาสตร์ยาวนานแห่งนี้จะเป็นอย่างไรในวันปัจจุบันนี้ครับ

ต้อนรับกันด้วยบริเวณล๊อบบี้ของโรงแรมที่มีโคมไฟระยิบระยับสวยงาม

พื้นที่ทั้งหมดเปิดโล่งให้อากาศและลมทะเลผ่านไปมาได้อย่างสบาย

ความเย็นกำลังดี อากาศไม่ร้อนและไม่เย็น การตกแต่งมีความสวยงามตามท้องเรื่อง

ที่พักมีความสบาย

Café Andaman

แขกทุกคนของโรงแรมจะมากินอาหารเช้ากันที่นี่ครับ เปิดให้บริการตั้งแต่ 06.00 – 10.00 น.

อาหารเช้ามีให้เลือกหลากหลายทั้งไทยหรือแบบตะวันตกครับ

ไข่คนกับไข่กระทะอร่อยมาก ต้องมากินดู กินได้ไม่อั้น ไม่อิ่มไม่เลิก

ผลไม้ที่นี่มีให้แบบฉ่ำใจไปเลยเยอะมากครับ โดยมีทั้งแบบที่ปอกให้แล้ว หรือจะไปเลือกที่แบบที่กำลังปอกให้รับประทานสดๆฉ่ำๆเลยก็ได้ครับ

อาหารมีให้เลือกมากมายทั้งแบบตะวันตกหรือตะวันออกครับ

ไข่กระทะกับไข่คนออมเล็ตอร่อยมาก ต้องมาลองกินกัน

ตัว Café Andaman มีขนาดใหญ่พอสมควรให้เราเลือกที่จะนั่งดูวิวริมสระน้ำหรือจะไปเลือกด้านที่หันหน้าออกทะเลก็ได้ครับ

หลังจากกินเสร็จก็เป็นเวลาออกเดินสำรวจโรงแรมกัน

พื้นที่ของ Cape Panwa จะกินบริเวณแนวชายหาดด้านตะวันออกของแหลมเกือบจะทั้งหมด

และด้วยความที่เป็นพื้นที่ปิดมีแนวเขาและโขดหินล้อมอยู่เลยทำให้กลายเป็นกึ่งชายหาดส่วนตัวของโรงแรม

และสิ่งก่อสร้างที่เป็นเอกลักษณ์หรือ Signature ของที่นี่เลยก็คือบ้านทรงไทยโบราณร่วมสมัยชื่อว่า Panwa House หรือบ้านพันวา ที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์และตกแต่งให้สวยงามอยู่เสมอ

Panwa House หรือบ้านพันวา เป็นบ้านทรงไทยสไตล์ชิโน-โปรตุกีส อันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะภูเก็ต

ที่นี่นอกจากจะเป็นกึ่งพิพิธภัณฑ์ให้แขกของโรงแรมมาเยี่ยมชมแล้ว ในช่วงเวลากลางคืนจะเปิดเป็นภัตตาคารอาหารไทยสุดคลาสสิก

และด้วยความสวยงามของบ้านพันวาที่ปัจจุบันอาคารแบบนี้ก็หาดูได้ยากจากที่พักโรงแรมอื่นๆในเกาะภูเก็ต บ้านพันวาก็เลยมักจะถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานของคู่รักร่วมกับปาร์ตี้ริมชายหาดอยู่เป็นประจำ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อมองออกมาจากบ้านพันวาแล้วเราก็จะเห็นทะเลอันดามันด้านตะวันออกไกลสุดลูกหูลูกตา

 

บรรยากาศภายในบ้านพันวาที่ทางโรงแรมพยายามคงสภาพเดิมไว้ให้มากที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทุกอย่างยังคงได้รับการดูแลให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ

Cape Panwa Beach

พื้นที่บริเวณชายหาดคือจุดเด่นของโรงแรม Cape Panwa ที่แท้จริง

ด้วยความที่เป็นกึ่งหาดส่วนตัว ที่นี่จึงปลอดภัยและสามารถเดินมาที่ชายหาดได้ตลอด 24 ชั่วโมง

และเป็นหาดด้านทิศตะวันออก ตัวคลื่นจึงไม่แรงมากนัก เด็กมาเล่นน้ำได้ค่อนข้างปลอดภัย ส่วนชาวตะวันตกจะชอบมานอนอาบแดดกันที่นี่มาก

แดดแรงๆแบบนี้ฝรั่งตาน้ำข้าวชอบมาก เพราะพวกเขาหนีหิมะมาหาแสงแดด

แต่สำหรับคนไทย เราเจอแดดมากพอแล้ว ผมขอหลบอยู่ใต้ร่มไม้ดีกว่า

Jetty

อีกหนึ่งไฮไลท์ของโรงแรม Cape Panwa คือท่าเทียบเรือ Jetty ที่สร้างเป็นสะพานสีขาวนวลยื่นออกไปในทะเลดูมีสไตล์

ท่าเทียบเรือที่นี่มีเอาบริการแขกของโรงแรมที่จะไปเที่ยวยังเกาะใกล้ๆโรงแรมเช่น เกาะคอรัล ส่วนในเวลาที่ไม่มีเรือเทียบทีนี่ก็คือจุดชมวิวและถ่ายรูปที่คูลที่สุดของ Cape Panwa

ชายหาด Cape Panwa เมื่อมองมาจาก Jetty

ทางเดินมา Jetty จะอยู่ใต้ร่มเงาไม้แบบนี้ตลอดเวลาครับ ชิลล์มาก บอกเลย

ฟ้าใสมากๆวันนี้แต่อากาศนี่ร้อนมากๆ ขอกลับไปนอนแอ้งแม้งในห้องแปปดีกว่าครับ

รถรางหรือ Tram

อาจจะเป็นเพียงแค่โรงแรมเดียวในประเทศที่มีรถรางให้บริการอยู่ในโรงแรม!!!

รถรางอันนี้เชื่อมระหว่างกลุ่มอาคารของที่พักที่ตั้งอยู่บนเขาเพื่อมายังพื้นที่บริเวณชายหาดด้านล่าง

เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 22.00 น. ครับ

โดยรถรางจะวิ่งตลอด ไม่มีรอบ โดยจะมีพนักงานคอยเฝ้าเครื่องยนต์ตลอดเวลา และคอยเป็นคนกำกับให้รถวิ่งขึ้นหรือลงตามจังหวะของแขกที่มาพักในช่วงเวลานั้นๆ

คนที่ไม่ชอบน้ำทะเล จะมาลงเล่นที่สระครับ

สระน้ำที่โรงแรม Cape Panwa จะมี 2 แห่ง คือ

  1. สระใหญ่ จะอยู่ที่ตรงข้างๆ Café Andaman มีทั้งสระเด็กและผู้ใหญ่
  2. สระเล็ก จะตั้งอยู่ที่ข้างๆ บ้าน Panwa House ที่ชายทะเลครับ

สระน้ำเปิดให้บริการในช่วงเวลา 09.00 – 18.00 น. ในทุกๆ วันครับ

กลุ่มอาคารที่พักที่ประกอบด้วยส่วนของบ้านพักแบบพูลวิลล่า (Pool villa) หรือในส่วนของอาคารที่เป็นโรงแรมครับ

Bamboo Bar แบมบูบาร์

จะเรียกว่าห้องอาหารก็คงไม่ใช่เพราะเป็นโอเพ่นแอร์ทั้งหมดครับ เป็นบาร์ริมชายหาดที่มองเห็นทะเลออกไปไกลจนสุดขอบฟ้า แบมบูบาร์ให้บริการเฉพาะแขกของโรงแรมเท่านั้นครับ ไม่เปิดบริการให้คนนอกเข้ามาใช้บริการ

แขกมักจะมาใช้บริการที่นี่กันในเวลาเที่ยง อาหารหลากหลายมีทั้งอาหารฝรั่ง แซนด์วิซ สลัด เครื่องดื่มหลากหลายชนิด กินไปแบบชิลล์ๆเลยครับ

เวลาที่ให้บริการ : 9.00 – 18.00 น.

หมี่ผัดฮกเกี้ยน เส้นหมี่เหลืองเอกลักษณ์ของภูเก็ตที่เอามาผัดกับเครื่องเคียงจากทะเลนานาชนิด กินคู่กับสตรอว์เบอร์รี่ปั่น ฟินนน

เฟรนช์ฟรายสไตล์แม็คซิกัน มันฝรั่งทอดกรอบที่มาพร้อมกับซอสสามชนิด

Fish & Chip ที่มาพร้อมกับเลม่อนสีเหลืองน้ำหวานฉ่ำ

กินข้าวเคล้าไปกับสายลมและแสงแดดที่ชายหาดแหลมพันวา

Café Kantary

คาเฟ่ แคนทารี ร้านกาแฟและเบเกอรี่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต คนทั่วๆ ไปที่ผ่านมาที่แหลมพันวาถ้าไม่ได้มาเช็คอินที่นี่ถือว่ามาไม่ถึงเลยทีเดียวครับ นอกจากจะมานั่งจิบกาแฟกินเค๊กดูพระอาทิตย์ตกจากทีนี่แล้ว จะหอบงานหยิบโน้ตบุ๊คมาเปิดทำงานที่นี่ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลว

เวลาเปิดให้บริการ : 8.00 – 23.00 น.

ตุ๊กตาหมีถือเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่

“Banana in Black” เครปร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับวานิลลาซอสราดด้วยช็อกโกแลตและอัลมอนด์สไลซ์ กล้วยหอมและเครื่องดื่มๆเย็นปิดท้ายมื้ออาหาร

อากาศกำลังร้อนๆแบบนี้ กินเสร็จก็ไปนอนกลางวันเอาแรงต่อพอดี

เดี๋ยวผมมาดูห้องพักที่ผมได้มาพักนะครับ

ห้องพักที่โรงแรม Cape Panwa มีหลายสไตล์แล้วแต่งบและความชอบของเรานะครับ

ห้องที่ผมได้มาคือ “Cape Suite” ที่มีขนาดห้อง 78 ตารางเมตร

ถือเป็นห้องขนาดกำลังพอดี ที่เราใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบายๆ จะนั่งจะนอน จะทำงานก็ลงตัวไปทั้งหมดครับ

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องมีให้ครบถ้วน

LCD TV ขนาดใหญ่ เครื่องเสียง ลำโพงสำหรับ Ipad พร้อมกับ Wifi ความเร็วสูงที่บริการให้กับแขกทุกคน

เดินมาแต่ตัวก็ยังได้เลยครับกับสิ่งอำนวยความสะดวกระดับนี้

เตียงนอนเป็นขนาด 6 ฟุต เบาะและผ้าห่มนิ่มมาก หลับสบายจนไม่อยากจะตื่นเลย

ปกติเวลาผมไปไหน ก็มักที่จะชอบออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก

แต่พอได้มาอยู่ในห้องนี้แล้ว อยู่ในห้องก็สบายจนไม่อยากจะออกไปไหนอีกแล้ว

ที่ระเบียงห้องพักด้านนอกจะมีอ่างจากุชชี่ให้เราไปนอนแช่ได้ด้วยครับ

หรือถ้าใครชอบบรรยากาศแบบโอเพ่นแอร์ก็ไปนั่งทำงานด้านนอกได้เช่นเดียวกัน

ห้องพักเกือบทั้งหมดหันหน้าออกทิศตะวันออก เพราะฉะนั้นหลังเที่ยงไป ห้องก็ไม่ร้อนแล้วครับ อากาศจะเย็นสบายแทบจะตลอดทั้งวันเลยทีเดียว

เวลาแบบนี้อาจจะเอางานมานั่งทำ หรือเปิดหนังที่ชอบดูสักเรื่องก็ได้ครับ

มาดูบรรยากาศภายในห้องน้ำกันครับ

ทำจากหินอ่อนทั้งห่อนเลย ยกเว้นก็เพียงแต่กระจก

แทบจะอยากเปิดน้ำทิ้งไว้อ่างแล้วลงไปแช่จริงๆ

ภาพมุมกว้างของห้อง Cape Suite

พอเริ่มตกเย็น บรรยากาศก็จะชิลล์มากขึ้นไปอีก เมื่อพวกบรรดาโคมไฟเริ่มมีไฟสีส้มเปล่งออกมาสะท้อนกับพื้นด้านล่าง เป็นอะไรที่ดูแล้วผ่อนคลาย

เดินๆ เล่นๆ ดูวิวโรงแรมก็อิ่มตาแล้วครับ

ท่าเทียบเรือเจ็ตตี้ (Jetty)

ตอนกลางคืนสวยกว่ากลางวันเยอะเลยครับ ด้านนี้เป็นด้านตะวันออกถ้าได้มาดูพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่น่าจะสวยน่าดู

แต่จริงๆ วิวพระอาทิตย์ขึ้นเราสามารถที่จะดูได้จากในห้องอยู่แล้วครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บ้านพันวา (Panwa House) ในวันปกติตอนเย็น-กลางคืน จะเป็นภัตตาคารอาหารไทยเอาท์ดอร์ แต่วันที่ผมมามีคู่บ่าวสาวชาวฝรั่งมาจัดงานแต่งงานพอดี เลยมายืนดูเขาทำพิธีกันแทนครับ

ทีนี่ตรงบ้านพันวาเป็นอีกหนึ่งสถานที่แต่งงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของเกาะภูเก็ตอีกแห่งหนึ่ง

บริเวณนี้เรียกว่า Top of the Reef Restaurant ครับ

เป็นลานไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ออกจากโซนภัตตาคารมา กำลังจะเปิดเป็นที่ดินเนอร์แบบนอนแผ่ได้แบบชิลล์ๆ ในเร็วๆ นี้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Top of the Reef Restaurant

ห้องอาหารอีกแห่งหนึ่งของโรงแรม Cape Panwa ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามันเลย อาหารของที่นี่ก็จะค่อนออกมาทางตะวันตกและมีอาหารทะเลสดๆเสิร์ฟให้ตามเมนูครับ

การแต่งกายมาที่ห้องอาหารนี้ควรจะเป็นชุดที่แต่งสบายๆแต่เรียบร้อยนิดนึงนะครับ (แบบใส่ขาสั้น เสื้อกล้าม รองเท้าแตะ อันนี้ไม่ได้นะครับ)

เวลาที่เปิดให้บริการ : 18.30 – 23.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เริ่มต้นด้วยอาหารจากแรกของมื้อเย็นกันครับ คำเตือนคือไม่ควรอ่านตอนกลางคืน ไม่งั้นเราอาจจะลำบากไป 7-11 ครับ

จานนี้มีชื่อว่า กุ้งนึ่งในสลัดมะม่วงราดด้วยน้ำซอสเสาวรสและไวน์

ชื่อยาวมากแต่จริงๆ ผมแปลเองหรอก

รสชาติก็ต้องบอกเลยว่าออกไปทางเปรี้ยวครับ กลิ่นของมะม่วงและเสาวรสนำ ถ้าคนชอบเปรี้ยว คงต้องชอบจานนี้แน่นอน

จานที่สอง อันนี้เด็ดมาก อร่อยมากเลอครับ มีชื่อเรียกว่า

หอยเชลล์และหน่อไม้ฝรั่งในซอสฮอลันดา (Gratinated green asparagus and scallops, Hollandaise sauce)

อันนี้ผมยกให้มิชลินสตาร์ห้าดาวจริงๆ อร่อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวซอสครับ

คั่นจานที่สามด้วยซุปครับ มีชื่อเรียกว่า

กุ้งลายเสือในซุปปูครับ (Crab bisque with sliced tiger prawns)

สุโค่ยอีกแล้วถ้วยนี้ ซุบปูของที่นี่หวาน หอม และกลมกล่อมมากกก

จานที่สี่ สเต็กเนื้อแกะ นั่นเองครับ

ย่างมาอย่างพอดีนุ่มพอดีครับ อร่อยจนลืมเคี้ยว กลืนไปเลย

จานที่ห้า เป็นกุ้งลายเสือในซอสโหระพาผสมกลิ่นมินท์นิดๆ

ปิดท้ายด้วยของหวานเป็น Hot chocolate brownie เสิร์ฟพร้อมกับไอศครีมวานิลลาครับ

ผมกินหมดนี่แทบจะเรียกได้ว่าแบกพุงกลับห้องพักไม่ทันเลยทีเดียว

กินหนักมากวันนี้

และนี่ก็เป็นการปิดฉาก 1 วันเต็มสำหรับการใช้ชีวิตอยู่ Cape Panwa แห่งนี้

หากใครที่กำลังมองหาที่พักสักแห่งเพื่อหลีกหนีจากความวุ่นวายหรืออยากจะเติมพลังให้ร่างกายหลังจากการทำงานมาอย่างหนัก

การให้รางวัลกับชีวิตตนเองด้วยการมาพักที่ Cape Panwa ก็ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเพียงพอต่อชีวิตแน่นอนครับ


 

Comments

comments