บทความนี้อาจจะมาแปลกแหวกแนวซักหน่อย เพราะเราจะไม่ได้กล่าวถึงเรื่องเที่ยวเป็นหลักครับ แต่ถือว่ามีความสำคัญกับตัวเราเลยทีเดียว นั่นก็คือ “เรื่องการเงิน”  ตอนเราเป็นเด็กเราอาจไม่ได้สนใจอะไรกับมันนัก เราอยากจะซื้ออยากจะได้อะไร เรามักจะขอคุณพ่อคุณแม่ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ท่านจะหาสิ่งของต่างๆ ที่เราอยากได้ยังไงนั้น ท่านคงไม่น่าอธิบายให้เราฟังโดยละเอียดเป็นแน่ เช่นท่านใช้บัตรเครดิต ผ่อนสินค้าได้ 0% นานสูงสุด 10 เดือนอะไรแบบนี้เพื่อซื้อของเล่นราคาแพงให้กับเรา ครั้นพอเราโตขึ้น เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน เริ่มมีเงินเดือนใช้ บางทีบางคนสามารถทำบัตรเครดิตได้ในเวลาไม่นาน หากบริหารการเงินได้ดีก็ดีไป หากบริหารไม่ดีเท่าไหร่อาจจะต้องเป็นหนี้สินที่ไม่สามารถนำมาชำระได้ตามเวลา ต้องเสียดอกเบี้ยสูงๆ จนหลายๆคน ต้องไปกู้หนี้นอกระบบบ้าง หรือ ชำระตามอัตราขั้นต่ำวนเวียนอยู่กับดอกเบี้ยที่สูงนั้นๆ สิ่งเหล่านี้เราอาจป้องกันได้หากเรามีความรู้ทางการเงิน ซึ่งน่าเสียดายว่าเรื่องหล่านี้ ไม่ได้ถูกสอนในโรงเรียน เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง

 

     หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า เรามีเครื่องมือทางการเงินส่วนบุคคล ในชีวิตประจำวัน อยู่หลายอย่าง นอกเหนือไปจากบัตรเครดิต วันนี้เรามาลองทำความรู้จักเครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ ซึ่งหลายๆท่านอาจไม่เคยได้ยินมันมาก่อน หรือเคยได้ยิน แต่ก็ไม่รู้จริงๆว่ามันคืออะไร ใช้ในสถานการณ์ไหน แล้วควรใช้มันเมื่อไหร่

 

     สำหรับเครื่องมือทางการเงินส่วนบุคคล มีอยู่ด้วยกันหลักๆ 3 อย่าง คือ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และ สินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนสินเชื่อบุคคลจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ บัตรกดเงินสด และ สินเชื่อส่วนบุคคล มาลองไล่ดูกันดีละอย่างครับว่า แต่ละอย่างมันคืออะไร ควรใช้ในสถานการณ์ไหนดี

1.บัตรเครดิต
บัตรเครดิตเป็นบัตรที่ใครๆก็รู้จักกันดี เพราะโฆษณาตามสื่อต่างๆ ที่เผยแพร่ที่ให้เห็นจนชินตา ซึ่งการใช้งานก็ตามชื่อบัตรเลยครับ คือใช้เครดิตที่เรามี จากการมีรายได้ประจำ หรือธุรกิจที่เปิดมาระยะเวลา 2-3 ปี มีรายรับเข้ามาแน่นอน ก็สามารถขอทำเรื่องมีบัตรนี้ได้ โดยเจ้าบัตรนี้จะสามารถนำไปรูดซื้อสินค้าหรือบริการได้ตามร้านค้าที่มีนโยบายรับชำระด้วยบัตรเครดิต บางร้านเหนือกว่า มีระบบโปรโมชั่น ผ่อน 0% นาน 12 เดือน ก็ว่ากันไป โดยเจ้าบัตรนี้ จะมีระยะเวลาปลอดภาระดอกเบี้ยที่รอการชำระเต็มจำนวนภายในเวลา 30-45 วัน ยังไม่หมดเท่านี้ บัตรเครดิตยังมีประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นการสะสมแต้มเพื่อแลกไมล์สายการบิน ได้เงินคืน หรือได้ส่วนลดจากบางร้านค้าที่มีเข้าร่วมรายการกับบัตรเครดิตนั้นๆ

     จะเห็นได้ว่า บัตรเครดิตนี้มีข้อดีมากๆ ไม่ต้องพกเงินสดกันอีกต่อไป ส่วนข้อเสียคือ หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ทันเวลา ดอกเบี้ยก็จะมหาศาลจนน่าตกใจได้เลย

2.บัตรกดเงินสด
หลายคนอาจยังเข้าใจผิด หรือยังไม่รู้ว่าบัตรกดเงินสดนั้นคืออะไร จริงๆแล้ว บัตรเงินสดก็คือสินเชื่อบุคคลนั่นแหละ แต่มาอยู่ในรูปแบบของบัตรหรือการ์ดที่ดูรูปร่างคล้ายบัตรเครดิต สำหรับวิธีการจะใช้ ต้องเดินไปที่ตู้ ATM เพื่อกดเงินสดออกมาตามชื่อเลยครับ และเนื่องจากมันไม่ใช่บัตรเครดิต ดังนั้นเราจึงเอาบัตรกดเงินสดไปรูดซื้อสินค้าตามร้านค้าที่รับชำระผ่านบัตรเครดิตไม่ได้ครับ ทีนี้ตัวบัตรพอเวลาเรากดออกมา ก็จะได้เงินใช้ ซึ่งจะตามมาด้วยดอกเบี้ยทันทีที่กดเงินออกมา ไม่กดเงิน ไม่มีดอกเบี้ยครับ โดยหากชำระเงินต้นและดอกเบี้ยแล้ว ก็จะมียอดเงินคืนเข้าไปในบัตรให้กดใช้ได้อีก สำหรับดอกเบี้ยจะเป็นแบบลดต้นลดดอก คิดตามจำนวนวันที่ใช้ โดยมีดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากการใชวงเงิน 18-28% ต่อปี แล้วแต่เงื่อนไขทางธนาคารเป็นผู้กำหนด ซึ่งจะแตกต่างจากบัตรเครดิตที่เราจะมีวงเงินอยู่ แล้วหลังรูดซื้อสินค้า วงเงินจะหายไปตามราคาสินค้า โดยบัตรเครดิตยังมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยอยู่ 30-45 วันแล้วแต่ธนาคารกำหนดระยะเวลา แต่ถ้าหากไม่สามารถชำระหนี้ที่ได้รูดซื้อสินค้าและบริการไป ถึงจะตามมาด้วยดอกเบี้ยมหาโหดรอท่านอยู่

     จึงอาจกล่าวได้ว่า บัตรกดเงินสด เหมาะกับคนที่ขาดสภาพคล่องจริงๆ หมุนเงินมาใช้ไม่ทัน และมีความจำเป็น แต่กำลังจะได้รับเงินภายหลังเพื่อมาชำระเงินก้อนนี้ที่กดออกมาจากการกดเงินสด ภายในไม่กี่วันนี้

3.สินเชื่อส่วนบุคคล
สินเชื่อประเภทที่เป็นลักษณะของการกู้เงินก้อนใหญ่ ก้อนเดียวจากทางธนาคาร โดยผู้ขอสินเชื่อจะต้องผ่อนชำระเป็นงวดๆ ที่เท่ากันในแต่ละงวดของเดือน พร้อมอัตราดอกเบี้ยตามที่ธนาคารเป็นผู้กำหนด อาจจะเป็นแบบลดต้นลดดอก​ โดยมีระยะเวลาการผ่อนชำระงวดที่แน่นอน เช่น 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี เป็นต้น โดยวงเงินอนุมัติสูงสุดจะอยู่ที่ 5 เท่าของรายได้ หรือ เงินเดือนต่อเดือน สำหรับข้อดีของสินเชื่อประเภทนี้คือ ไม่ต้องมีบุคคลเข้ามาค้ำประกันหรือนำหลักทรัพย์ใดๆมาค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ ผู้ขอสินเชื่อไม่จำเป็นต้องมีรายได้สูง ราวๆ 15,000 บาทต่อเดือนก็สามารถขอสินเชื่อได้ โดยผู้ขอสินเชื่อสามารถนำไปใช้จ่ายกับสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในขณะนั้น โดยที่เราไม่สามารถหาเงินก้อนดังกล่าวได้ จะยืมเพื่อนก็เกรงใจ จะกู้นอกระบบก็ดอกเบี้ยโหดเกินไป จะออมเงินก็ดูท่าไม่ทันการ หรือจะกู้เงินมาทำธุรกิจจากบริษัทตัวเองขั้นตอนก็เยอะเหลือเกินและใช้เวลาพอสมควรในการรออนุมัติ ที่สำคัญสินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยจะถูกกว่าบัตรกดเงินสด

     คำถามที่ว่าใครเหมาะกับสินเชื่อบุคคลชนิดนี้ จึงขึ้นอยู่กับบริบท เงื่อนไขต่างๆของแต่ละคน เช่นบางคนต้องการขอสินเชื่อส่วนบคุคลที่ดอกเบี้ยต่ำกว่า เพื่อปิดหนี้บัตรเครดิตที่มีดอกเบี้ยสูงกว่ามาก หรือนำไปใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งไม่จำเป็นต้องมีบุคคลค้ำประกันแต่อย่างใด

     สำหรับใครที่ได้อ่านบทความนี้แล้วสนใจขอสินเชื่อส่วนบุคคล สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ PersonalLoan https://www.krungsri.com/bank/th/PersonalBanking/LoanProducts/PersonalLoan/PersonalLoan.html

     การวางแผนทางการเงิน ก็เหมือนกับการวางแผนการเดินทาง ถ้าวางแผนออกมาดี แม้ทริปจะต้องฝ่าขวากหนามผ่านอุปสรรคต่างๆ แต่สุดท้ายเราก็สามารถไปถึงจุดหมายได้ ขอให้รู้วิธีการเดินทางที่เหมาะกับตัวเรา…

#Krungsripersonalcredit #KrungsriiFIN
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม www.krungsri.com

Comments

comments