The Silk road

The Silk Road Visa

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการขอวีซ่าเส้นทางสายไหม (The Silk Road)

10 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำวีซ่าเส้นทางสายไหม

10 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนทำวีซ่าเส้นทางสายไหม ถ้าไม่รู้ ต้องอ่าน จะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

ลุยไปครึ่งซีกโลก ที่เมืองโคตรประหลาดนามว่า “อาชกาบัต”

สวัสดีทุกๆคนครับ วันนี้ผมมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดแสนจะพิเศษแห่งนี้ มันไม่ใช่ประเทศที่สวยที่สุดอย่างฝรั่งเศส หรือมีภูมิประเทศที่ยิ่งใหญ่อลังการอย่างเนปาล แต่มันมีความดิบ ความลึกลับ เนื่องจากด้วยความประเทศที่ยังไม่ได้ปรากฎสู่สายตาชาวโลกมากนัก เสน่ห์ทางการเดินทางมันจึงยังคงอยู่อย่างครบถ้วน แทบไม่ได้รับการปรุงแต่งจากวัฒนธรรมภายนอก ยิ่งไปกว่านั้นเมืองหลวงอาชกาบัต (Ashgabat) ยังเป็นเมืองที่สุดแสนจะประหลาดจากความคิดของผู้นำประเทศคนหนึ่ง แต่จะประหลาด พิลึกกึกกือขนาดไหน เป็นความทรงจำขนาดที่เรียกได้ว่าเอาไปเล่าให้หลาน เหลน โหลน เลยได้เหรอไม่ ต้องมาติดตามดูกัน ลืมบอกไปว่า ประเทศที่ผมว่าคือประเทศ "เติร์กเมนิสถาน" นั่นเองครับ ทีนี้คำถามแรกเลย ทำไมต้องมาที่นี่ ตอบ เพราะมันต้องมา ถ้าจะทำทริป overland จากอิหร่านข้ามมายังเอเชียกลางหรือเอเชียใต้ เรามีตัวเลือกเพียงแค่ เติร์กเมนิสถาน อัฟกานิสถาน และปากีสถาน หลังพิจารณาอย่างถี่ถ้วนในเรื่องของความปลอดภัยแล้ว ตัวเลือกอย่างเติร์กเมนิสถานจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ วีซ่า ขอยากแค่ไหน ตอบ ปัญหาใหญ่ของที่นี่คือการหาสถานทูตเติร์กเมนิสถานมากกว่าครับ ว่ามันมีอยู่ ณ แห่งหนตำบลใดในโลกหล้าบ้าง ทีนี้พอเจอแล้ว จะมี visa...

หนึ่งในที่ๆคุณควรมาก่อนหมดลมหายใจ “หุบเขาสีรุ้งแห่ง Zhangye”

ที่สุดแห่งสุดยอดสถาปัตยกรรมที่โลกสร้างเอาไว้ในเมืองจีน ที่สักครึ่งหนึ่งในชีวิต ต้องมา!!! ล้างหน้า ล้างตา แคะขี้ตา แคะขี้มูกให้พร้อม แล้วลุยกันเลย ไม่โม้มากครับ รถจอดแล้ว ก็ลุยกันเลย (วิธีการเดินทางมา อยู่ตรงๆท้ายของบทความนะครับ) เตรียมเวลาไว้ 6-7 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย อาหารและน้ำเตรียมเข้าไปให้พร้อมครับ ไม่มีขาย หาซื้อไม่ได้ กินอยู่กันในนั้นเลย เอาให้คุ้ม ในอุทยานจริงๆแล้ว ทุกพื้นที่ ทุกตารางเมตร มันสวยโคตรๆอยู่แล้วครับ ถ่ายตรงไหนก็เอาไปทำรูปโปรไฟล์โชว์เพื่อนให้ตื่นตะลึงตาถลนกันได้แน่ๆ แต่ทางการจีนเขาไม่อยากให้เราต้องตกระกำลำบากกับเงิน 60 หยวนที่เสียไป เขาเลยปรับพื้นที่ 4 จุด ที่คัดสรรมาอย่างดียิ่งกว่าการค้นหานางสาวไทย ให้กลายเป็นจุดชมวิวขั้นเทพ ที่ไม่ว่าจะแก่แค่ไหน เด็กแค่ไหน อ้วนแค่ไหน ก็มาได้ครับ เว่อร์จริงๆ ตามไปดูกันเลยนะครับ จุดที่ 1 ใกล้ที่สุด - สวยที่สุด - และคิดว่าทุกคนใช้เวลามากที่สุด รถ shuttle bus...

“7 วัน ไม่มีวันลืม” บนหลังคาโลกที่ “ปามีร์” ตอนจบ

ตอนที่ 1 https://www.worldwantswandering.com/pamir-highway/ มาถึงตอนนี้ เข้าสู่วันที่ 4 ของการดินทางบนทางปามีร์ไฮเวย์ ยังคงความทุลักทุเลเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน อย่าถามหาถึงภัตตาคารที่เต็มไปด้วยเมนูอาหารสุดหรู อย่าถามหาถึงโรงแรมที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และอย่าถามหาถึงความสบายแบบที่ไม่ต้องออกแรง ถ้าคุณไม่ได้ถามหาถึง 3 อย่างด้านบน ถือว่ามาได้ถูกที่ ถูกทาง และถูกเวลาแล้วครับ เพราะเดี๋ยวผมจะพาไปเดินทางกันต่อบนถนนที่ผจญภัยบนหลังคาโลกที่ผ่านภูเขาสูงเทียมฟ้า ทะเลสาบที่กลายเป็นน้ำแข็ง ความชนบทอย่างสุดขั้วในพื้นที่ๆห่างไกลที่สุดแห่งหนึ่งของโลกใบนี้ วัฒนธรรมที่หาไม่ได้ที่ไหนอีกแล้วบนใบนี้และอัธยาศัยของคนปามีร์แห่งหลังคาโลก วันที่ 4  : หนึ่งวันสามฤดู ผมตื่นนอนมาด้วยความสดชื่น นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เช้าวันใหม่ก็จริง แต่บรรยากาศภายนอกมันชวนน่าหลับต่อ เดินออกจากที่พัก น้ำฝนจากฟ้าก็ตกใส่หัวเราอย่างจัง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผน เราต้องเดินทางกันต่อไป แต่ไม่มีวันไหนที่ธรรมชาติจะสร้างความสับสนให้กับพวกเราได้มากเท่านี้อีกแล้ว อากาศที่แปรปรวน ทั้งลม ทั้งฝัน ความเปียกแฉะ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเหนอะนะมากที่สุด สภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนรวดเร็วอย่างกับคนใจร้อน จะลงก็ลงไม่ได้ จะถ่ายรูปก็ถ่ายไม่ได้ ได้แต่นั่งมองกระจกทำตาปริบๆไป ไม่เคยไม่มีที่ไหนที่จะไม่พบอุปสรรคของการเดินทาง รสชาติของการเดินทางก็คือการรอค้นพบสิ่งที่ไม่เคยคาดหวังนี่ละครับ หนทางที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ถนนเส้นนี้ก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้สภาพถนนมันจะห่วยแตก เลวร้ายขนาดไหนก็ตามที ตราบใดที่มันยังพาเราไปถึงจุดหมายได้มันก็โอเค พื้นที่ตรงบริเวณวาคันด์ ในสมัยโบราณก็มีอาณาจักรทีตั้งกันอยู่แถวๆนี้ เนื่องจากดิน ทราย และน้ำแถวนี้ถือว่าอุดมสมบูรณ์มาก มันเลยกลายเป็นที่หมายปองของกลุ่มคนส่วนใหญ่ไปทันที ป้อมปราการถูกสร้างขึ้นอย่างมากมายเพื่อคอยป้องกันการรุกรานจากศัตรู ชาวปามีร์ คือชาวทาจิกทั่วๆไป แต่ด้วยความที่พวกย้ายมาอยู่กันในแถบหุบเขาปามีร์มานานมากแล้ว เขาเลยปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศซึ่งต่างจากชาวทาจิกที่อาศัยในเขตเมืองอย่างมาก แก๊งค์แฟนฉัน กล้องถ่ายรูปเป็นหนึ่งในเครื่องมือเชื่อมมิตรภาพที่ดีที่สุดในโลก ขอเพียงแค่คุณยกมันขึ้นมา กดปุ่มชัตเตอร์เพียงแค่ครั้งเดียว แล้วก็ส่งรูปนั้นให้คนที่อยู่ในกล้องเขาดู เท่านี้มิตรภาพก็บังเกิดแล้ว ป้อมยัมชุน (Yamchun fortress) เพชรเม็ดงามของการท่องเที่ยวแห่งทาจิกิสถานอย่างแท้จริง คนจะรู้จักที่นี่ได้ก็ต้องตอนที่มาถึงที่นี่เท่านั้นแหละครับ ไม่มีกรุ๊ปทัวร์ ไม่มีทัวร์จีน ไม่มีเสียงโช้งเช้ง ไม่มีคนขายของ ไม่มีมาเฟีย มันไม่มีอะไรเลยนอกจากกองหินที่รูปร่างเหมือนป้อมปราการ ด้วยอารมณ์ที่ขาดการบูรณะมานานมาก...

“7 วัน ไม่มีวันลืม” บนหลังคาโลกที่ “ปามีร์”

ประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงครั้งสุดท้ายของคุณคือเมื่อไร ในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย หรือในโลกแห่งการทำงาน??? หรือว่ามันนานมากจนจำไม่ได้แล้วว่ามันนานแค่ไหนแล้ว แต่ผมแน่ใจว่าทุกๆคนต้องเคยมีความทรงจำเหล่านี้อยู่อย่างแน่นอน ในโลกนี้มีสถานที่นับล้านๆแห่ง ถ้าให้เลือกได้ว่าให้ไปมีความทรงจำในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ที่มันจะมีครบทุกรสชาติ ทั้ง หวาน เค็ม เผ็ด มันส์ หรือเปรี้ยว เราจะเลือกพาร่างกายและจิตใจของเราไปที่ไหนกันดี ถ้าตอนนี้ยังคิดไม่ออก ลองมาดูพวกเรา หมอสองคน ที่ครั้งนี้หลงทางมาไกล มาอยู่ในดินแดนที่โคตรจะไกลสุดหล้าฟ้าเหลือง มาเดินเล่นอยู่บนหลังคาโลกอีกแห่งหนึ่งที่นอกเหนือจากทิเบตที่หลายๆคนรู้จัก แพะภูเขา คนอัฟกัน พายุหิมะ ตำรวจใจร้าย และอะไรต่อมิอะไรอีกนับไม่ถ้วน มาเจอประสบการณ์หลายๆอย่างที่มันโคตรจะน่าเหลือเชื่อและไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้จริง และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการเดินทางบนทางหลวงสายปามีร์ ที่นี่คือหนึ่งในดินแดนที่ผมแทบจะเชื่อเลยว่า คนไทยรู้จักกันน้อยมาก มันคือดินแดนรอยต่อของเทือกเขาหิมาลัยและคาราโครัมที่ยิ่งใหญ่ หนังสือบางเล่มก็ยกให้พื้นที่ตรงบริเวณเป็นอีกหนึ่งส่วนของหลังคาโลกด้วยเช่นกัน เป็นหนึ่งในสถานที่ๆควรมาก่อนตายจากทุกๆสำนักโพล ถึงแม้เขาจะบอกกันว่าถนนเส้นนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางที่อันตรายที่สุดของโลกก็ตามที วันที่  1  : จุดเริ่มต้นคือก้าวที่ศูนย์ จุดเริ่มต้นอยู่ที่เมืองหลวงดูซานเบ (Dushanbe) บรรยากาศในเมืองหลวงมันก็เหมือนเมืองทั่วๆไป ไม่มีอะไรน่าแปลกใจมาก แต่ทันทีที่รถวิ่งออกจากเขตเมืองมาเขตบ้านนอก พระเจ้า ทุกอย่างมันแทบจะกลับตารปัตร บรรยากาศข้างทางมันก็เหมือนกับมีแรงดึงดูดพิเศษที่ทำให้หนังตาเราถ่างขึ้นโดยไม่รู้ตัว วิวระหว่างทางที่ไม่เคยซ้ำกัน ไกด์บุ๊คทุกเล่มที่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ บอกพวกเราว่า ถนนเส้นนี้เป็นหนึ่งในถนนที่ต้องมาก่อนที่เราจะตาย 7 วันที่ผมใช้ชีวิตอยู่บนถนนสายนี้ บอกได้เลยว่า ไม่เคยมีวันใดที่มีภูมิประเทศซ้ำกันเลยซักวันเดียว แต่ผมก็ไม่ได้บอกให้คุณเชื่อโดยที่ไม่ได้รับการพิสูจน์อยู่ดีครับ ทะเลสาบ ทะเลทราย พายุทราย พายุหิมะ ภูเขาหิมะ ภูเขาหินปูน บรรยากาศข้างทางพร้อมที่จะสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้มาเยือน พร้อมจะพิสูจน์กันเหรอยัง ถ้าพร้อมแล้วก็เก็บกระเป๋าขึ้นรถกันเลยครับ โค้งนี้โคตรมีความหมายในชีวิตของการเดินทางในวินาทีนั้นอย่างมาก เพราะอะไรเหรอ ... เพราะมันคือโค้งแรกที่ทำให้ผมเห็นประเทศ "อัฟกานิสถาน" แบบเต็มๆตาเป็นครั้งแรกในชีวิต และนั่นเป็นเหตุผลที่ทรงพลังที่สุดในการดูดผมออกจากเตียงอันแสนสบายในประเทศไทย ให้มาตกระกำลำบากอยู่แถวๆนี้ ภูเขาที่เห็นในภาพตรงนั้น คือประเทศอัฟกานิสถาน แม่น้ำที่เห็นตรงกลางภาพคือแม่น้ำปามีร์อันเป็นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศ สะพานข้ามแม่น้ำคือสะพานมิตรภาพเชื่อมคนสองฝั่งแม่น้ำเข้าด้วยกันครับ อัฟกานิสถานในหัวของผมตอนแรกนั้น มันไม่ใช่แบบนี้ มันดูสงบไปเหรอป่าว???? ถนนตอนแรกจะวิ่งบนเขตที่ราบสูงก่อน พอมาถึงเขตเทือกเขาปามีร์ ถนนมันจะค่อยวกไปวนมา ไต่ระดับลงมาที่ช่องเขา อันเป็นพรหมแดนระหว่างประเทศ และถนนช่วงนี้แหละครับที่มันสวย เพราะมันทั้งโค้ง ทั้งเสียว จนอะดรีนาลีนมันหลั่งจนเกือบหมด วันที่หนึ่งคือวันที่ออกแบบมาให้เราเพื่อปรับตัว...

24 Memorable pictures along “The Silk Road” ระหว่างทาง “ครึ่งซีกโลก”

"คนเรามีขีดจำกัดอยู่ตรงไหน คนไทยจะทำอะไรยากๆได้บ้างรึเปล่า มีอุปสรรคอะไรข้างหน้าที่รอเราอยู่” นี่คือคำถามของเรา 2 คน หมอๆตะลุยโลก ที่ทำให้เกิดทริปที่ยากที่สุดในชีวิตตั้งแต่เคยออกเดินทางมา เพื่อหาคำตอบข้างต้นเลยก็ว่าได้ ที่ว่ายากที่สุด อย่างแรกเลยคือเรื่องของการขอวีซ่ากลุ่มประเทศเอเชียกลาง (กลุ่มสถานๆทั้งหลาย อาทิเช่น อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คาซัคสถาน เป็นต้น) โดยเราตั้งโจทย์กับตัวเองว่า เราจะไม่ขอวีซ่าประเทศไหนๆเลยที่ไทย แต่จะไปขอวีซ่าเอาดาบหน้าแทน เช่น ขอวีซ่าประเทศอุซเบกิสถาน ที่ประเทศตุรกี เป็นต้น โดยมีวีซ่าบางประเทศที่ขอแบบ E-visa เช่น Azerbaijan เราก็ทำเรื่องก่อนเดินทางจริงไม่กี่วัน อย่างต่อมาก็เป็นเรื่องของสภาพอากาศ ที่เราไปเที่ยวกันช่วงหนาวสุดขั้ว หรือจะเป็นอุปสรรคในเรื่องของภาษาในกลุ่มประเทศเหล่านี้ หลังเปิดปฏิทิน กางแผนที่โลก ไม่มีเส้นทางไหนจะเหมาะสม เท่าทริป “เส้นทางสายไหม” อีกแล้ว หมอ...

10 Cities you should not miss in “The Silk road” เมืองต้องห้ามพลาด บนเส้นทางสายแพรไหม

เส้นทางสายไหมคือเส้นทางการสายโบราณที่นักเดินทางในสมัยก่อนใช้เป็นทางนำสินค้าไปมาระหว่างทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ทำให้เกิดมีความเจริญ รุ่งเรืองอย่างมากตลอดทาง ผู้คนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นชาวเติร์กที่ตุรกี ชาวเปอร์เซียที่อิหร่าน หรือชนเผ่าเร่ร่อนคีร์กิซที่คีร์กิซสถานชาวมุสลิมอุยกูร์ที่นับถือศาสนาอิสลามในจีนแผ่นดินใหญ่ และชนชาติอื่นๆที่มีมีอยู่มากมายทำให้เส้นทางสายนี้ยิ่งมีความขลังและทรงคุณค่าแก่การมาเยือนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเส้นทางสายไหมยังพาดผ่านจุดที่เคยเป็นดินแดนของการกำเนิดศาสนาสำคัญของโลกอย่างอิสลามที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมตลอดเส้นทางสายนี้อย่างแยกไม่ออก ตอนนี้ผมจะขอนำเสนอ 10 เมืองน่าสนใจที่พลาดไม่ได้อย่างยิ่งตลอดทางสายนี้ครับ 1.       อิสตันบูล (Istanbul) ประเทศตุรกี เมืองหลวงของจักรวรรดิโรมันตะวันออก ที่มีชื่อเดิมว่า “คอนสแตนติโนเปิล” (Constatinople) แห่งนี้ตั้งอยู่ตรงจุดแบ่งเขตระหว่างทวีปยุโรปและเอเชียอย่างพอดิบพอดี อิสตันบูลจึงกลายเป็นชุมทางสุดท้ายที่สำคัญอย่างยิ่งกับพ่อค้าที่เดินทางรอนแรมมาจากจีน และกลายเป็นจุดเริ่มต้นอันยิ่งใหญ่สำหรับเหล่าพ่อค้าที่กำลังเสี่ยงชีวิตไปจีนเช่นเดียวกัน เมืองนี้จึงกลายเบ้าหลวมของหลายๆอารยธรรมไม่ว่าจะของศาสนาคริสต์หรืออิสลาม ดั่งจะเห็นได้จากสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานของทั้งสองศาสนาในพื้นที่เดียวกันเช่น พิพิธภัณฑ์ฮาเยีย โซเฟีย (Hagia Sophia) และมัสยิดสุลต่านอาห์เหม็ด (Sultanahmet) หรือสุเหร่าสีน้ำเงินคือที่สุดแห่งสถาปัตยกรรมที่เป็นตัวแทนความเจริญรุ่งเรืองของเมืองอิสตันบูลได้เป็นอย่างดี 2.       เกอเรอเม (Goreme) ประเทศตุรกี เมืองเล็กๆแห่งนี้ เป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกเนื่องเป็นตั้งของกลุ่มภูเขารูปทรงประหลาดที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้เกิดลาวาและเถ้าถุลีที่จำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณและทับถมกลายเป็นภูมิประเทศอันพิลึกขนาดกว้างใหญ่ไพศาล อีกทั้งผู้คนยังปรับตัวให้เข้ากับภูมิประเทศด้วยการไปเจาะภูเขาเหล่านี้ให้กลายเป็นถ้ำแล้วไปสร้างบ้านไว้ข้างใน จนถึงขนาดไปสร้างเมืองใต้ดินเลยครับ...

Recent posts

Google search engine

Popular categories